รีวิว Jurassic world dominion

เดินทางมาถึงภาคที่ 6 แล้วสำหรับหนังไดโนเสาร์ในตำนานอย่าง Jurassic Park ซึ่งภาคใหม่นี้อย่าง Jurassic world dominion ถือเป็นการปิดไตรภาคสำหรับหนังชุดเวิร์ลด้วย หลังจากที่กลับมาชุบชีวิตให้แฟรนไชส์จูราสสิคกลับมาโลดแล่นบนจอหนังอีกครั้ง สำหรับหนังภาคนี้ ได้ โควิน ทราเวอโรว์ ผู้กำกับจากภาคดังกล่าว กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง ซึ่งไฮไลต์สำหรับภาคนี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็น Jurassic All Star ก็ว่าได้

Jurassic world dominion ถือเป็นการปิดไตรภาคสำหรับหนังชุดเวิร์ลด้วย
Jurassic world dominion ถือเป็นการปิดไตรภาคสำหรับหนังชุดเวิร์ลด้วย

เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ของ Jurassic world dominion

ภาคนี้ถือเป็นภาคสุดท้ายของแฟรนไชส์ จูราสสิคเวิลด์ โดยในภาคนี้เรื่องราว 4 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อน ที่ไดโนเสาร์ได้หลุดออกมาจากเกาะ และได้มาอยู่อาศัยร่วมกับมนุษย์ เปิดเรื่องมาจะให้เราได้เห็นปัญหาของการอยู่ร่วมกัน เพราะไดโนเสาร์บางสายพันธ์นั้นดุร้าย และโจมตีมนุษย์ ทำให้มีมนุษย์ถูกไดโนเสาร์สังหารอยู่บ่อยครั้ง

ในด้านของ โอเว่นแคลร์ และ ไมซี่ ล็อกวู้ด เด็กสาวจากภาคที่แล้ว ซึ่งเธอถูกสร้างขึ้นมาจากวิทยาศาสตร์ เธอถูกหมายหัวและมีคนอยากจับเธอไปทดลอง ทำให้พวกเขาทั้ง 3 คน ต้องหนีไปอาศัยกันอยู่ในป่าที่ห่างไกล จนมาวันหนึ่ง ไมซี่ ได้ถูกกลุ่มคนปริศนาจับตัวไป ทำให้ โอเว่น และแคลร์ ที่รักไมซี่เหมือนลูกสาวแท้ๆ ต้องออกเดินทางไปยังศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ เพื่อไปช่วยไมซี่กลับมา สุดท้ายแล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไร พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ทุกคนต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง  

เรื่องราว 4 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อน ที่ไดโนเสาร์ได้หลุดออกมาจากเกาะ และได้มาอยู่อาศัยร่วมกับมนุษย์
เรื่องราว 4 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อน ที่ไดโนเสาร์ได้หลุดออกมาจากเกาะ และได้มาอยู่อาศัยร่วมกับมนุษย์

ความน่าสนใจของตัวหนังพาร์ทจบไตรภาคชุดเวิร์ล

ตัวหนัง  Jurassic world dominion ในภาคนี้ถือว่าขยายสเกลแบบเล่นใหญ่เวอร์วังทุกภาคส่วน ตั้งแต่ความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งนักแสดงจากทั้งภาคเก่าภาคใหม่ พันธุ์ไดโนเสาร์ที่หลากหลายมากที่สุด และอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดจากนักบรรพชีวินวิทยาแล้วเรียบร้อย รวมทั้งการผสมผสานระหว่าง CGI กับหุ่นกลไกไดโนเสาร์เสมือนจริง หรือแอนิเมทรอนิกส์ที่นำมาใช้มากที่สุดในไตรภาคแล้ว รวมทั้งการถ่ายทำในหลาย ๆ โลเคชัน หลากภูมิประเทศจากทุกมุมโลก

การผสมผสานระหว่าง CGI กับหุ่นกลไกไดโนเสาร์เสมือนจริง หรือแอนิเมทรอนิกส์ที่นำมาใช้มากที่สุดในไตรภาคแล้ว
การผสมผสานระหว่าง CGI กับหุ่นกลไกไดโนเสาร์เสมือนจริง หรือแอนิเมทรอนิกส์ที่นำมาใช้มากที่สุดในไตรภาคแล้ว

อีกจุดที่ถือว่าน่าสนใจของ Jurassic world dominion ก็คือ บทภาพยนตร์จากฝีมือของเทรวอร์โรว์และ ‘เอมิลี คาร์ไมเคิล’ ที่เคยร่วมปูทางด้วยการเขียนบทและกำกับหนังสั้นเรื่อง ‘Jurassic World: Battle at Big Rock’ (2019) มาก่อนแล้ว ก็เลยทำให้มีวัตถุดิบที่เป็นประเด็นหลัก ๆ ของหนังที่จั่วหัวตอนเปิดเรื่องไว้แบบเข้ม ๆ และน่าสนใจ ทั้งการที่ไดโนเสาร์อยู่ร่วมกับธรรมชาติและมนุษย์ ที่ส่งผลต่อโลก ธรรมชาติ และวิถีชีวิตมนุษย์ในโลกยุคออนไลน์

Jurassic world dominion ได้รวมทั้งประเด็นการที่มนุษย์หาประโยชน์จากไดโนเสาร์ ที่คราวนี้ไม่ได้แค่เอาไปขายเป็นตัว ๆ แต่พยายามจะเอาเทคโนโลยีมาแอบอ้างหาประโยชน์ใหัตัวเอง และพยายามดัดแปลงไดโนเสาร์ให้มีคุณสมบัติอย่างที่ตัวเองต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบโดยรวม ทำให้บางครั้ง มนุษย์ที่มักมองตัวเองเป็นผู้ล่า แต่จริง ๆ แล้วมนุษย์เองก็หลงลืมไปเหมือนกันว่า บางครั้งตัวมนุษย์เองนี่แหละก็ทำตัวเองให้กลายเป็นผู้ถูกล่าได้เหมือนกัน

รวมทั้งประเด็นการที่มนุษย์หาประโยชน์จากไดโนเสาร์ ที่คราวนี้ไม่ได้แค่เอาไปขายเป็นตัว ๆ แต่พยายามจะเอาเทคโนโลยีมาแอบอ้างหาประโยชน์ใหัตัวเอง
รวมทั้งประเด็นการที่มนุษย์หาประโยชน์จากไดโนเสาร์ ที่คราวนี้ไม่ได้แค่เอาไปขายเป็นตัว ๆ แต่พยายามจะเอาเทคโนโลยีมาแอบอ้างหาประโยชน์ใหัตัวเอง

แต่กลายเป็นว่า การดำเนินเรื่องในช่วงท้าย ๆ ที่เล่นเพลย์เซฟด้วยการพาคนดูกลับไปสู่วิธีการแบบภาคเก่า ๆ จนทำให้พล็อตหนังจากที่เดาบทสรุปยากในครึ่งแรก กลายเป็นเดาง่ายในครึ่งหลัง และพาให้ความรู้สึกในช่วงบทสรุปตอนท้ายของหนังออกจะจำเจ แม้ตัวหนัง Jurassic world dominion จะพึ่งพาเทคนิค Jump Scare เยอะหน่อย แต่ก็ถือว่าวางจังหวะให้ได้สะดุ้งวาบได้รุนแรงกว่าภาคก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด แถมยังแอบใส่แฟนเซอร์วิสและมุกจาก Jurassic Park ภาคเก่า ๆ เอาไว้ให้สังเกต พร้อมกับงานด้านภาพที่ชวนว้าวในหลาย ๆ ช็อตทั้งหมดนี้ผู้กำกับสามารถคุมตัวหนังให้สนุก ตื่นเต้น เล่นใหญ่ ระทึกขวัญ และแก้ซ่อมจุดผิดพลาดจากสองภาคแรกได้ถือว่าค่อนข้างเอาอยู่เลยทีเดียว

พึ่งพาเทคนิค Jump Scare เยอะหน่อย แต่ก็ถือว่าวางจังหวะให้ได้สะดุ้งวาบได้รุนแรงกว่าภาคก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด
พึ่งพาเทคนิค Jump Scare เยอะหน่อย แต่ก็ถือว่าวางจังหวะให้ได้สะดุ้งวาบได้รุนแรงกว่าภาคก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด

มุมมองโปรดักส์ชั่น และความโดนเด่นของภาพประกอบ CGI ใน Jurassic world dominion

ด้านงานภาพยังถือว่าทำได้ดี ในที่นี้คือหมายถึงมุมกล้องต่าง ๆ เทคนิคการถ่ายทำ และการเกลี่ยสีภาพ พวกนี้ทำได้ดีหมด จะเสียก็แค่เรื่อง CGI เพราะตัวไดโนเสาร์ค่อนข้างลอย ลอยแบบเห็นได้ชัดเลย ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ หนังระดับนี้ น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพราะภาคก่อนๆ งาน CG ก็ดีกว่านี้ อาจจะด้วยปัญหาหลายอย่าง เพราะเนื่องจากหนังเลื่อนฉายมาหลายครั้งเพราะโควิด เลยอาจทำไม่ทัน ส่วนในด้านของการโปรดักชั่น ส่วนนี้ยังคงจัดหนักจดเต็มเหมือนเดิม ดีงามเหมือนทุกภาคที่ผ่านมา

มุมมองโปรดักส์ชั่น และความโดนเด่นของภาพประกอบ
มุมมองโปรดักส์ชั่น และความโดนเด่นของภาพประกอบ

ความสามารถของนักแสดงหลักและสมทบ

ส่วนในแง่ของนักแสดง ด้วยความที่ตัวนักแสดงใน Jurassic world dominion มีค่อนข้างเยอะ ตัวเนื้อเรื่องก็เลยจะแบ่งเป็น 2 เส้นเรื่องโดยปริยาย ก่อนจะมาบรรจบกันในตอนสุดท้าย ด้วยวิธีนี้เองก็เลยทำให้ตัวละครจากฝั่งภาคเก่า และฝั่งภาคใหม่ดูมีภารกิจที่อิสระจากกัน ก่อนที่จะมาเจอกัน แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยตัวบทเองที่วางคาแรกเตอร์และปูมหลังของแต่ละตัวละครเอาไว้ชัดเจน ก็เลยไม่เกิดอาการแย่งซีนกัน ถือเป็นการแชร์สัดส่วนของบทบาทได้ออกมาลงตัวและน่าสนใจดีครับ นักแสดงจากภาคเก่าเองก็ยังคงคาแรกเตอร์จากหนังดั้งเดิมให้ได้เรียกยิ้ม ส่วนตัวละครใหม่เองก็มีอะไรที่น่าสนใจเช่นกัน

ตัวนักแสดงใน Jurassic world dominion มีค่อนข้างเยอะ ตัวเนื้อเรื่องก็เลยจะแบ่งเป็น 2 เส้นเรื่องโดยปริยาย ก่อนจะมาบรรจบกันในตอนสุดท้าย
ตัวนักแสดงใน Jurassic world dominion มีค่อนข้างเยอะ ตัวเนื้อเรื่องก็เลยจะแบ่งเป็น 2 เส้นเรื่องโดยปริยาย ก่อนจะมาบรรจบกันในตอนสุดท้าย

ความประทับใจของคนดูที่เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์

โดยสรุป Jurassic world dominion จูราสสิคเวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร จะยังมีทิศทางอาจจะดูยังเพลย์เซฟเหมือนหนังภาคอื่น ๆ ที่ชวนให้รู้สึกจำเจอยู่พอสมควร แต่ก็ถือว่าเป็นการปรับเขย่ารสชาติที่ทำออกมาได้สนุกลงตัว ด้วยงานโปรดักชันที่เล่นใหญ่จัดเต็ม งานซีจีเนี้ยบ ๆ ไดโนเสาร์ที่มีทั้งความน่ารักและน่ากลัว งานแอ็กชันเวอร์วังติดโม้นิด ๆ ประเด็นชวนคิดเข้ม ๆ และงานแฟนเซอร์วิสที่ได้ผลสำหรับแฟน ๆ เป็นบางอัน หากจะมองเป็นหนังปิดไตรภาค ก็ถือว่าเป็นการปิดไตรภาคที่ค่อนข้างโอเคนั่นแหละครับ แม้อาจจะยังไม่ถึงขั้นประทับใจ แต่ถ้ามองเป็นหนังบันเทิงครบรสสำหรับครอบครัว หนังของคนรักไดโนเสาร์ หรืออยากโดนพลังเสียงจากลำโพงหมื่นวัตต์ระบบ IMAX อัดกระแทกรูหู หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ที่ไม่ว่าจะดูแบบไหนก็ไม่น่าจะเสียดายค่าตั๋วแน่นอน

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *