5 หนังจิตวิทยาระทึกขวัญเกาหลีที่สายหนังห้ามพลาด

หนังจิตวิทยาระทึกขวัญ หรือ หนังแนว psychological thriller โดยเราได้รวบรวมหนังสุดระทึกลุ้นกันเยี่ยวแตกมาฝากถึง 5 เรื่องเลย เรามาตามดูกันดีกว่าว่า 5 หนังจิตวิทยาระทึกขวัญเกาหลีที่สายหนังห้ามพลาด จะมีเรื่องอะไรบ้าง จะน่ากลัวขนาดไหน เรามาลองดูกัน

Forgotten (2017)

Forgotten (2017)
Forgotten (2017) เป็นหนังทริลเอร์เกาหลีที่ดีเรื่องหนึ่ง

หนังแนว psychological thriller จะรอดไม่รอดนี่วัดกันที่ตอนเฉลยอย่างเดียวเลย ซึ่งเรื่องนี้เฉลยแล้วโอเคมาก ๆ ครึ่งแรกกับครึ่งหลังทำหนังคนละเบอร์กันเลยทีเดียว ครึ่งแรกปูนั่นนู่นนี่มาแนวลึกลับจัด ๆ ออกได้หลายหน้าด้วย พอครึ่งหลังก็ค่อย ๆ เฉลยแล้วลากไปขยี้ทีละจุด บอกเลยว่าขยี้เข้าเป้ารุนแรงทุกเม็ด ที่ชอบอีกอย่างคือเรารู้สึกว่าหนังมันมีความลับนะแต่ไม่ได้จงใจจะปกปิดอะไรเท่าไร ผู้กำกับแอบบอกใบ้ตลอดทางเอาไว้เยอะมาก ถ้าใครช่างสังเกตหน่อยก็จะเอะใจเป็นพัก ๆ เราเลยมองว่าหนังมันไม่ได้โกงบทเหมือนกับหลาย ๆ เรื่องที่พอเฉลยแล้วต้องร้องว่า ‘เฮ้ย อะไรกันวะ’ แต่เรื่องนี้เฉลยแล้วมันดูน่าเชื่อถือ เฉลยแล้วรับเหตุผลของหนังได้ เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่าหนังทริลเลอร์บ้านเขาเจ๋งมากจริง ๆ ไอเดียอาจจะไม่ได้ใหม่แต่ถ้านำมาประยุกต์ใช้ดี ๆ ก็ยังคงเป็นอะไรที่เจ๋งเสมอ

Midnight FM (2010)

Midnight FM (2010)
Midnight FM (2010) ดีเจสาวที่ฆาตกรหลงใหล

คอนเซ็ปของหนังที่บอกเล่าแรงจูงใจของฆาตกรต่อเนื่องว่าเป็น anti-hero โดยแรงจูงใจเกิดจากคำพูดผลักดันจาก ‘ซุน ยอง’ ดีเจสาวที่ฆาตกรหลงใหลได้พูดถึงเหตุผลที่คนชอบดูฮีโร่ในหนังเพราะในชีวิตจริงมันไม่มีฮีโร่แบบนี้ เธอออกปากหาฮีโร่ทำให้ฆาตกรลงมือกระทำเลียนแบบโรเบิร์ต เด นีโรใน Taxi Driver เพื่อให้หญิงสาวที่ตัวเองหลงใหลเกิดความประทับใจ ความน่าสนใจคือฉากที่แสดงถึงจิตวิทยาความรู้สึกสมรู้ร่วมคิดกระทำผิดที่ถ่ายทอดจากฆาตกรไปยังหญิงสาว หนังมันพูดถึงฮีโร่ แต่ฮีโร่ที่เราต้องการไม่ใช่คนที่คอยตัดสินโทษผู้อื่นด้วยศาลเตี้ย ฮีโร่ที่แท้จริงคือคนที่คอยช่วยเหลือปกป้องผู้อ่อนแอกว่า นั่นทำให้ฉากสตอล์กเกอร์ที่ดีเจสาวแสนจะรังเกียจกลายเป็นฮีโร่มันจึงมีความหมายมาก ๆ ต่อทั้งตัวหญิงสาวและคนดู อย่างไรก็ตามฉากหนึ่งที่ทำหน้าที่ตอกหน้าคนสนับสนุนศาลเตี้ยและโยนความรู้สึกผิดบาปจากฆาตกรสู่ดีเจสาวได้เป็นอย่างดี

Confession of Murder (2012)

Confession of Murder (2012)
Confession of Murder (2012) คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพเพิ่งจะหมดอายุความลง

พล็อตมันว่าด้วยคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพเพิ่งจะหมดอายุความลง ทันใดนั้นก็มีสุดหล่อออกมาเขียนหนังสือ “คำสารภาพของฆาตกร” บอกเล่าถึงเหยื่อทั้ง 10 ศพว่าถูกฆาตกรรมอย่างไร แถมมีรอยกระสุนที่ไหล่ที่ถูก ‘นักสืบชอย’ เจ้าของคดียิงอีก เห็นอย่างนี้ก็ฟันธงได้เลยว่าหมอนี่คือคนร้ายแน่ ๆ แต่นักสืบชอยเชื่อว่าสุดหล่อไม่ใช่คนร้ายตัวจริงหรอก คอนเซ็ปการวางพล็อตหนังนะ แต่มันทำออกมาเว่อร์มาก ในความรู้สึกเราถ้ามีฆาตกรตัวจริงออกมาเขียนหนังสือหลังหมดอายุความก็ไม่น่ามีสาวหลงกรี๊ดเพียงเพราะความหล่อ ไม่น่ามีบอดี้การ์ด มีอะไรบ้าบอคอแตกแบบในหนัง คือไม่มีทางเป็นซูเปอร์สตาร์แบบที่หนังนำเสนอได้หรอก แต่คอนเซปการสร้างความสนใจให้ฆาตกรตัวจริงอิจฉาเนี่ยมันเล่นกับปมจิตวิทยาได้ดี ชอบแค่ตรงนี้แหละ

Mother (2009)

Mother (2009)
Mother (2009) ตอนเฉลยที่จับต้นชนปลายเข้าหากันได้ดีด้วย

Mother ก็คือความเชื่อมโยง แต่ละฉากในหนังล้วนมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องในอีกช่วงเวลา หลายฉากที่เราเคยติดใจว่าจะใส่เข้ามาทำไม มันกลับกลายเป็นความดีของหนังที่ได้บอกเล่าสิ่งเหล่านี้มาแล้วโดยที่เราไม่ได้สนใจ ชอบความเชื่อมโยงในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ด้วยความที่ชอบหนังฟิล์มนัวร์ ชอบด้านสีเทาที่ไม่ขาวแบบดีเลิศ แต่ก็ไม่ได้ชั่วร้ายแบบไม่มีเหตุผล ทุกอย่างมันมีตรงกลางสีเทา ๆ ที่ทุกคนต้องปกปิดด้านมืดของตัวเอง ซึ่งตัวละครตามแบบหนังสืบสวนฟิล์มนัวร์มันเป็นแกนหลักของหนังเรื่องนี้เลย หนังมีจุดขายที่ตัวละครนำเป็นป้าแก่ ๆ ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกชายคนเดียว แล้วแม่คนนี้ก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ต้องการหาทางให้ลูกชายพ้นโทษด้วยการหาฆาตกรตัวจริง การสืบสวนก็จะให้ลักษณะของคนธรรมดามีผิดมีพลาด จะฟังคำบอกเล่าของจำเลยก็ยากอีกเพราะลูกชายตัวเองเป็นเด็กปัญญาอ่อน หลง ๆ ลืม ๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ แถมยังจำผิด ๆ ถูก ๆ ชอบตอนเฉลยที่จับต้นชนปลายเข้าหากันได้ดีด้วย

Bluebeard (2017)

Bluebeard (2017)
Bluebeard (2017) หนังทริลเลอร์แนวตัวละครพารานอยด์ยุค 60-70’s

เหมือนเป็นส่วนผสมของหนังทริลเลอร์แนวตัวละครพารานอยด์ยุค 60-70’s ผสมกับหนังฆาตกรรมต้นยุค 2000’s ที่พยายามทำหนังจิตวิทยาให้มีไคลแม็กซ์ช่วงท้ายอีกขั้นหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงค่อนข้างลงตัวด้วยสไตล์ตัวละครวิตกจริต เล่าเรื่องช้า ๆ ค่อย ๆ ปล่อยให้เรื่องราวอึมครึมขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีฆาตกรต่อเนื่องยังคงลอยนวลอยู่ ตัวละครมันมีเลเวลความเป็นหมอปกติธรรมดาและช่วงที่เริ่มวิตกจริตหวาดระแวงไปทั่ว ยิ่งสไตล์การเล่าเรื่องเน้นเปิดวาร์ปข้ามเวลาบ่อยมาก อารมณ์เหมือนคนเมาค้างแล้วตื่นขึ้นมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าช่วงเวลามันขาดหายไป ซึ่งเป็นเทคนิคตัดต่อที่หนังใช้สร้างความคลุมเครือและความสับสนต่อเรื่องราว หนังฆาตกรต่อเนื่องแบบที่เกาหลีใต้นิยมสร้างเพื่อให้เกิดความรู้สึกแตกต่างจากเดิม

อ่านบทความรีวิวหนังเพิ่มเติม www.dooleaw.com

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *