Mission Impossible

Mission Impossible หากพูดถึงหนังที่มีฉากบู๊แอคชั่น ระห่ำเสี่ยงตายต้องยกให้ภาพยนตร์ที่มีเพลงประกอบที่แค่ฟังแล้วรู้เลยว่าเป็นเรื่องอะไร อย่างทำนอง ตึง ตึง ตือ ดื้อ ตึง ตึง ตือดื่อ ตึง .. Mission Impossible Theme นั่นเอง บวกกับพระเอกหนังตลอดกาลอย่าง ‘ทอม ครูซ’ กับหนุ่มสายลับมาดเท่ที่เป็นสัญลักษณ์ของหนังแอคชั่นตั้งแต่ยุค 90 จนมาถึงปัจจุบันกับ กินเวลานานถึง 20 ปี ที่พระเอกสุดหล่อขวัญสาว ๆ ได้รับบทเป็นสายลับกับภารกิจเสี่ยงตายที่เรารอคอยฉากจบ ถึงแม้ว่าแฟรนไชส์หนังจะทำมาถึงภาคที่ 7 แต่ยังมีภาคอื่น ๆ ที่ตรึงตาตรึงใจไม่แพ้กัน วันนี้เราเลยจะพาคุณย้อนกลับไปกับ Mission Impossible ตั้งแต่ต้น ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อเตรียมตัวที่จะได้ดูภาค Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One อย่างเข้าใจและไม่ตกเทรนด์

จากซีรีส์ดังยุค 60 สู่ภาพยนตร์เวอร์ชั่น ‘ทอม ครูซ’

จริง ๆ แล้ว Mission Impossible เป็นซีรีส์โทรทัศน์สายลับอเมริกันที่ออกอากาศทาง CBS เมื่อประมาณปี 1966 – 1973 และ 1988-1990 ทาง ABC ซึ่งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ซีรีส์ที่นำแสดงโดย ทอม ครูซ (Tom Cruise) สายลับอเมริกันอย่าง ‘อีธาน ฮันท์’ (Ethan Hunt) แห่งหน่วย Impossible Missions Force หรือหน่วย IMF ที่เริ่มต้นในปี 1996 และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากพระเอกที่เด่นเรื่องเสี่ยงตายแล้ว ยังมีเหล่านักแสดงมากความสามารถที่เข้ามาเสิรมบทชูโรงในตัวหนังเรื่องนี้สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น วิง เรมส์ (Ving Rhames) ผู้รับบทเป็นแฮ็กเกอร์คนเก่ง ‘ลูเธอร์ สติกเคล’ นักแสดงเพียงคนเดียว ที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์ทุกเรื่องของแฟรนไชส์นี้ หรือ ‘เบนจี ดันน์’ อดีตช่างเทคนิค เจ้าหน้าที่ภาคสนามของ IMF ที่รับบทโดย ไซมอน เพกก์ (Simon Pegg)

จากซีรีส์ดังยุค 60 สู่ภาพยนตร์เวอร์ชั่น ‘ทอม ครูซ’
จากซีรีส์ดังยุค 60 สู่ภาพยนตร์เวอร์ชั่น ‘ทอม ครูซ’

หรือจะ รีเบกกา เฟอร์กูสัน (Rebecca Ferguson) ที่รับบทเป็น ‘อิลซา เฟาสต์’ อดีตสายลับของซินดิเคต (Syndicate) และ เคยเป็นสายลับในหน่วย MI6

ซึ่งเราเองจะพาคุณย้อนไปดูรายละเอียดและเนื้อหาใน Mission Impossible ของภาคต่าง ๆ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วมีฉากบู๊ฉากเด็ดไหนที่เป็นไอค่อนสำหรับหนังแอคชั่นเรื่องนี้ **ระวังสปอยส์ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู แต่ถ้าเคยดูแล้ว เราไปทบทวนกันพร้อม ๆ กันเลย

Mission: Impossible (1996) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก

Mission: Impossible (1996) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก
Mission: Impossible (1996) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก

อีธาน ฮันท์ หัวหน้าทีมปฏิบัติการลับ “อิมพอสซิเบิล มิชชั่น ฟอร์ซ” หรือ “ไอเอ็มเอฟ” ได้รับมอบหมายจาก จิม เฟลพ์ส ผู้บังคับบัญชีของเขาอีกที ให้นำทีมปฏิบัติภารกิจอันตรายในกรุงปราค ทำให้ลูกน้องของเขาเสียชีวิตหมด และอีธานได้ตกเป็นเป้าว่าเป็น “คนขายชาติ” ในองค์กร และ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการสังหารนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เขาจึงออกตามหา “คนขายชาติ” ตัวจริง โดยต้องหยุดคนที่หักหลังเขา

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– เป็นฉากที่อีธานห้อยตัวลงมาจากสายไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศขณะทำการแฮ็กข้อมูล และตกลงไปในห้องควบคุมซึ่งลงมาจากพื้นเพียงไม่กี่นิ้ว โดยมักนำเอามาล้อเลียนในภาพยนตร์และรายการทีวีอื่น ๆ หลายเรื่อง กลายเป็นฉากสัญลักษณ์ที่ผู้คนจดจำได้ง่ายที่สุดของแฟรนไชส์หนัง

ฉากที่อีธานห้อยตัวลงมาจากสายไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศขณะทำการแฮ็กข้อมูล
ฉากที่อีธานห้อยตัวลงมาจากสายไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศขณะทำการแฮ็กข้อมูล

Mission: Impossible 2 (2000) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก 2

Mission: Impossible 2 (2000) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก 2
Mission: Impossible 2 (2000) – ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก 2

อีธานได้ร่วมมือกับ ไนยาห์ นอร์ดอฟ-ฮอลล์ ที่ได้ แธนดี นิวตัน (Thandiwe Newton) มารับบทเป็นหัวขโมยฝีมือดี และ อดีตคนรักของ แอมโบรส เพื่อแทรกซึมเข้าไปในองค์กรของเขา โดยพวกเขาจะเริ่มปฏิบัติภารกิจเดิมพันสูงเพื่อหยุดยั้งแอมโบรสจากการปลดปล่อยไวรัสมรณะสู่โลก ขณะที่ภารกิจดำเนินไป เขาก็พบว่าตัวเองต้องเลือกระหว่างหน้าที่และความรู้สึกที่มีต่อไนอาห์ที่เพิ่มมากขึ้น

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– ฉากประชันมีดที่จ่อลูกตาเพียงมิลลิเมตร เป็นฉากไม่ได้ใช้ CGI ในการถ่ายทำ

– ฉากปีนเขามือเปล่า ซึ่งจะอยู่ในฉากเปิดของเรื่อง

ฉากปีนเขามือเปล่า ซึ่งจะอยู่ในฉากเปิดของเรื่อง
ฉากปีนเขามือเปล่า ซึ่งจะอยู่ในฉากเปิดของเรื่อง

Mission: Impossible 3 (2006) – เอ็ม ไอ ทรี : มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล

Mission: Impossible 3 (2006) – เอ็ม ไอ ทรี : มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล
Mission: Impossible 3 (2006) – เอ็ม ไอ ทรี : มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล

เนื้อเรื่องในภาคนี้ อีธานพยายามลาออกจากงานภาคสนาม และตั้งใจจะลงหลักปักฐานกับ ‘จูเลีย มีด’ คู่หมั้นของเขา ที่ได้ มิเชล โมนาแฮน (Michelle Monaghan) มารับบท ด้วยความที่เป็นสายลับตัวฉกาจทำให้เขาถูกเรียกตัวให้ช่วยเหลือสายลับที่ถูกลักพาตัว และ ช่วยหยุดยั้งพ่อค้าอาวุธชื่อ ‘โอเวน เดเวียน’ ที่รับบทโดย ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน (Philip Seymour Hoffman) จากการได้รับ MacGuffin สุดอันตรายที่เรียกว่า “ตีนกระต่าย” โดยจะมีตัวละครหลักอย่าง ‘เบนจี ดันน์’ กลับเข้ามามาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ไว้วางใจ ซึ่งภารกิจในครั้งนี้นำพวกเขาไปสู่สถานที่ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ประเทศเยอรมนี อิตาลี ไปจนถึงประเทศจีน เพื่อพยายามนำ “ตีนกระต่าย” อาวุธลึกลับกลับคืนมา

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– ฉากสไลด์บนดาดฟ้าของอีธาน ที่ไถลลงไปด้านข้างของอาคารโดยที่ไม่ใช้ CGI ช่วย เขาโหนตัวจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่ง ร่อนลงมาบนหลังคาที่ลาดเอียงก่อนที่จะจัดการการ์ดอีกคนสองคน

อีธานพยายามลาออกจากงานภาคสนาม และตั้งใจจะลงหลักปักฐานกับ ‘จูเลีย มีด’ คู่หมั้นของเขา
อีธานพยายามลาออกจากงานภาคสนาม และตั้งใจจะลงหลักปักฐานกับ ‘จูเลีย มีด’ คู่หมั้นของเขา

Mission: Impossible Ghost Protocol (2011) – ปฏิบัติการไร้เงา

Mission: Impossible Ghost Protocol (2011) – ปฏิบัติการไร้เงา
Mission: Impossible Ghost Protocol (2011) – ปฏิบัติการไร้เงา

อีธาน และทีมของเขาพบว่าตัวเองผิดพลาดอย่างมหันต์จนถูกปฏิเสธ ทำให้ต้องหลบหนีหลังจากเข้าไปพัวพันกับการวางระเบิดของผู้ก่อการร้ายที่เครมลิน เมื่อ IMF ถูกตราหน้าว่าเป็นองค์กรอันธพาล พวกเขาจึงต้องทำงานอย่างลับ ๆ เพื่อล้างชื่อและป้องกันหายนะทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธ IMF ในสิ่งที่เรียกว่า “Ghost Protocol”

เขาจึงต้องรวบรวมทีมที่มีอยู่อีกครั้ง เพื่อเริ่มปฏิบัติภารกิจเดิมพันสูงเพื่อดึงรหัสการปล่อยนิวเคลียร์ที่รู้จักกันในชื่อ “โคบอลต์รัสเซีย” การแสวงหาของพวกเขาพาพวกเขาไปยังสถานที่แปลกใหม่ รวมทั้งดูไบและมุมไบ สุดท้าย อีธานและทีมก็ประสบความสำเร็จในการหลีกเลี่ยงหายนะ นิวเคลียร์ไม่ได้พุ่งชนโลก เขากดหยุดเวลาระเบิดได้ทัน พร้อมกอบกู้ชื่อเสียงและได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชากลับคืนมา ทำให้ IMF ได้รับการคืนสถานะ พร้อมสำหรับภารกิจต่อไป

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– ฉากปืนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น อย่าง เบิร์จ คาลิฟา ซึ่ง ทอม ครูซ เขาลงมือแสดงเองคู่กับด้วยเชือกนิรภัย ที่เราก็นั่งลุ้นจนตัวโก่งว่าจะตกหรือไม่ตก

ฉากปืนตึกที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น อย่าง เบิร์จ คาลิฟา
ฉากปืนตึกที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น อย่าง เบิร์จ คาลิฟา

Mission: Impossible Rogue Nation (2015) – ปฏิบัติการรัฐอำพราง

Mission: Impossible Rogue Nation (2015) – ปฏิบัติการรัฐอำพราง
Mission: Impossible Rogue Nation (2015) – ปฏิบัติการรัฐอำพราง

ภาคนี้จะเล่าถึงการถูกจับของอีธานโดย ‘โซโลมอน เลน’ รับบทโดย ฌอน แฮร์ริส (Sean Harris) มาทรมาน เพื่อหาข้อมูล เพื่อหลบหนีในเวลาต่อมาด้วยความช่วยเหลือจากเฟาสต์ ซึ่งเป้าหมายหลักของ ซินดิเคท (Syndicate) คือการสร้างระเบียบโลกขึ้นใหม่ ผ่านการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่รุนแรงหลายครั้ง และนั่นทำให้อีธานถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของอาชญากรรม ทำให้เขาต้องหลบหนีอยู่ตลอดเวลาอีกครั้ง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ อีธานพร้อมกับสมาชิกในทีมผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันอย่าง เบนจี ดันน์ , ลูเธอร์ สติกเคล, วิลเลียม แบรนดท์ และ อิลซา เฟาสต์ ผู้มาใหม่ ออกอุบายเพื่อหยุดแผนการของซินดิเคท เพื่อเปิดโปงการสมรู้ร่วมคิดมากมายที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง สายลับสองหน้าและการแทรกซึมระดับสูง

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– ฉากเปิดที่อีธานเกาะเครื่องบินในขณะที่บินขึ้น

– ฉากบทสนทนา ที่อธิบายถึงคุณลักษณะในตำนานของ อีธาน ว่าเป็นอย่างไร ทำไมเขาถึงน่ากลัวและถึงได้ยกให้เป็นสายลับที่เก่งที่สุดในโลก

ฉากเปิดที่อีธานเกาะเครื่องบินในขณะที่บินขึ้น
ฉากเปิดที่อีธานเกาะเครื่องบินในขณะที่บินขึ้น

Mission: Impossible Fallout (2018) – มิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์

Mission: Impossible Fallout (2018) – มิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์
Mission: Impossible Fallout (2018) – มิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์

ภาคที่ 6 แล้วกับแฟรนไชส์หนังแอคชั่นจาก Mission: Impossible ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นสองปีหลังจาก ภาคที่ 4 โดยเราจะได้เห็น อีธานและทีมที่คุ้นเคย กับการทำงานเพื่อหยุดสิ่งที่เป็นซากเหลืออยู่ของซินดิเคท องค์กรได้ปฏิรูปกลายเป็น “ดิอะพอสเทิลส์” (The Apostles) ซึ่ง IMF ได้รับภารกิจขัดขวางในการขายแกนพลูโตเนียมสามลูกให้ “ดิอะพอสเทิลส์” (The Apostles) แต่ภารกิจดันล้มเหลว เมื่ออีธานเลือกที่จะช่วยลูกทีมของเขาก่อนและแกนพลูโตเนียมถูกขโมยไป ต่อจากนั้นก็สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธในโรงพยาบาลขณะที่เขากำลังดูข่าวของ CNN เกี่ยวกับแกนพลูโตเนียมที่ก่อให้เกิดการโจมตีเยรูซาเล็ม วาติกันและเมกกะ ผู้เชี่ยวชาญตกลงที่จะให้รหัสกับแล็ปท็อปแก่เขาเพื่อติดตามจอห์น ลาร์ค ซึ่งแน่นอนทั้งหมดเป็นของปลอมที่จัดฉากให้เขาต้องทำตาม

โดยยิ่งในช่วงท้ายอีธานและทีม มาที่แคชเมียร์แล้วพบว่าจูเลีย อดีตภรรยาของเขาทำงานรักษาคนอยู่ ซึ่งวอล์กเกอร์ และ เลนวางแผนเพื่อให้เธอถูกระเบิดไปด้วย และความยากคือการปลดชนวนระเบิดที่ถูกตั้งไว้ไม่ให้ปิดวงจรได้ทีละลูก หากปิดวงจรของลูกใดลูกหนึ่ง อีกลูกหนึ่งจะระเบิด มีวิธีเดียวคือปิดด้วยตัวจุดชนวนซึ่งอยู่กับวอล์กเกอร์

ฉากเด็ดที่น่าจดจำ

– ฉาก Halo Jump

– ฉากขับเครื่องบินไล่ล่า เริ่มต้นด้วยการที่ครูซห้อยตัวอยู่ใต้เฮลิคอปเตอร์ ใช้เชือกปีนขึ้นไปที่ห้องนักบิน จากนั้นเขาก็ปีนขึ้นไปบนเรือ เอาชนะนักบิน และบินเฮลิคอปเตอร์ด้วยตัวเอง เสียงหวีดหวิวที่ขับผ่านระหว่างหุบเขา รวมถึงการมุดตัวไปมาหลังเฮลิคอปเตอร์ที่เขาไล่ตาม

ฉากขับเครื่องบินไล่ล่า เริ่มต้นด้วยการที่ครูซห้อยตัวอยู่ใต้เฮลิคอปเตอร์
ฉากขับเครื่องบินไล่ล่า เริ่มต้นด้วยการที่ครูซห้อยตัวอยู่ใต้เฮลิคอปเตอร์

ใครเป็นแฟนหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้ต้องไม่พลาดที่จะได้ดู Mission: Impossible Dead Reckoning Part One (2023) – ล่าพิกัดมรณะ ตอนที่หนึ่ง เพื่อให้เราได้เข้าใกล้บทสรุปที่เราตั้งตารอคอยวันที่เสร็จสิ้นภารกิจมาอย่างยาวนานในฐานะ ‘อีธาน ฮันท์’ ฉายในโรงภาพยนตร์วันแรก 11 กรกฎาคม 2023 วันนี้เตรียมตีตั๋วไปดูหนังกันได้เลย

.

สามารถติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจเรื่องของภาพยนตร์ได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

Rita Rose

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *