4ดรุณี

ภาพยนตร์ที่นำเสนอวิถีของสังคมผ่านวรรณกรรมเยาวชนชุดคลาสสิก “ สี่ดรุณี ” หรือ “ Little women ” ซึ่งว่ากันว่า วรรณกรรมที่เจาะลึกลงไปในหัวใจของผู้หญิงหลายยุคสมัย มากับการตั้งคำถามถึงมุมมองการใช้ชีวิตของผู้หญิงในแบบที่วรรณกรรมกว่า 150 ปีก่อน ซึ่งไม่ได้พูดถึงกันมากนักและถึงแม้จะถูกจัดอยู่ในหมวดวรรณกรรมเยาวชน แต่ก็มีความสนุกของนิยายประโลมโลก เรื่องรัก ความเข้าอกเข้าใจผู้หญิง มองลึกเข้าไปในความฝัน และการตามหาคุณค่าที่แท้จริงแห่งตนเอง การปรับและดัดแปลงวรรณกรรม สี่ดรุณี เข้ามาเป็นม้วนภาพคงเป็นอะไรที่เราเข้าถึงได้ง่ายมากที่สุด และในปี 2020 เอง ผู้กำกับหญิงอย่าง เกรต้า เกอร์วิค ที่เป็นทั้งนักแสดงก็เข้ามามีบทบาททำให้ภาพยนตร์ สี่ดรุณี นั้น ประทับใจผู้หญิงในสมัยนี้เช่นเดียวกัน

Little Women | สี่ดรุณี – Official Trailer – [ซับไทย]

ถึงแม้ว่า สี่ดรุณี จะมีเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อยู่หลายเวอร์ชั่น ทั้งปี 1933 ที่ แคทารีน เฮปเบิร์น แสดงนำ ปี 1949 ของ จูน แอลลิสัน และฉบับปี 1994 ที่ได้ วิโนนา ไรเดอร์ แสดงบทนำพร้อมทีมนักแสดงชั้นเยี่ยมที่เพิ่งเริ่มฉายแววในเวลานั้น ทุกรอบหลายทศวรรษจะต้องมี สี่ดรุณี แห่งยุคสมัยตัวเองอยู่เสมอ การทำหนังเรื่องนี้ในปี 2020 จึง เป็นความท้าทายที่ทุกสายตาย่อมเพ่งเล็งว่าเกรต้าจะสามารถดัดแปลงผลงานวรรณกรรมระดับโลก ที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1868 จากผลงานเขียนของนักเขียนหญิง ลุยซา เมย์ อัลคอตต์ ที่มีหัวใจว่าด้วยชีวิตของหญิงสาวผู้ขบถต่อแนวคิดผู้ชายเป็นใหญ่ในสมัยนู้น โชคดีอย่างหนึ่งคือเกรต้าไม่ต้องลำบากใจมากในการเฟ้นหาดาราสาวที่จะมารับภาระหนักในบท โจ พี่คนรองสุดขบถและเปี่ยมชีวิตชีวา ผู้เป็นตัวแทนผู้เขียน ผู้ชม เข้าไปกลัดกลุ้มในเรื่องราวหรรษาและระทมทุกข์ที่ไร้กาลเวลา เพราะ เซียร์ช่า โรแนน เป็นตัวเลือกที่ดีงามและน่าสนใจมาตั้งแต่ครั้งร่วมงานในหนังเรื่องก่อนอย่าง Lady Bird แล้ว

ภาพยนตร์ที่สะท้อนระบอบชายเป็นใหญ่ผ่านบทบาทความเป็นหญิง
ภาพยนตร์ที่สะท้อนระบอบชายเป็นใหญ่ผ่านบทบาทความเป็นหญิง

สี่ดรุณี กับเนื้อเรื่องย่อที่เพียงแค่อ่านนิดเดียวก็สะกดจิตผู้หญิงได้ดี

เนื่องด้วยเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมชั้นเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับมาหลายยุคสมัย เรื่องของแนวคิดและเนื้อหาคงไม่ต้องบอกเลยว่ามันดีมากน้อยแค่ไหน แต่การผลิตสื่อมากมายออกมาอ้างอิงตัววรรณกรรมเองก็รู้ได้เลยว่า คงเป็นพล็อตที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว สี่ดรุณี เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยเรื่องของ 4 พี่น้องตระกูลมาร์ช ได้แก่ โจ มาร์ช,  เม็ก มาร์ช , เอมี่ มาร์ช และ เบธ มาร์ช โดยที่ โจ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียน , เม็ก อยากเป็นนักแสดง , เอมี่ อยากเป็นจิตรกร และ เบธ น้องสาวคนเล็ก ที่มีใจรักในเปียโน ซึ่งเธอทั้งสี่โตมาในกรอบของสังคมที่จำกัดเสรีภาพของผู้หญิง ที่จะวัดค่าของพวกเธอจากการแต่งงานเท่านั้น สังคมในตอนนั้นตีกรอบว่าผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องแต่งงาน มีสามีรวย ๆ โดยเธอทั้งสี่นั้นจะต่อสู้กับแนวคิดที่ไม่เอาไหนของสังคมที่มองไม่เห็นค่าของผู้หญิง โดยการพิสูจน์ตัวเองผ่านเรื่องราวต่าง ๆ

สังคมที่จำกัดเสรีภาพของผู้หญิง ที่จะวัดค่าของพวกเธอจากการแต่งงานเท่านั้น
สังคมที่จำกัดเสรีภาพของผู้หญิง ที่จะวัดค่าของพวกเธอจากการแต่งงานเท่านั้น

ความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า สี่ดรุณี

หากใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้วก็คงจะเข้าใจความหมายของคำว่า สี่ดรุณี เป็นอย่างดี และยิ่งถ้าหากใครได้รับชมผ่านแพลตฟอร์ม Netflix แบบซาวน์แทร็ค ความหมายตรงตัวตรงซับไตเติ้ลนั้นคือ Little women แต่แล้วทำไมถึงต้องเป็น สี่ดรุณี บางคนอาจจะคิดว่าลิตเติ้ลวูเมนเป็นคำที่ธรรมดา ไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก เป็นเพียงคำอุปมาใช้แทนเรียกเด็กสาวที่ตัวเล็ก ๆ

เราไม่อาจจะบิดเบือนความจริงได้ว่า ไม่ว่าพวกเธอจะโตขึ้นมากเพียงใด พ่ออันเป็นที่รักของเธอก็ยังคงเรียกพวกเธอว่า “ My Little women ” เสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้หลาย ๆ อย่างเลยว่า พ่อและแม่ยังคงมองเราเป็นเด็กของเขาเสมอ แต่ถ้าหากอ้างอิงตามฉบับวรรณกรรม สี่สาวพี่น้องตระกูลมาร์ช เป็นเด็กสาวที่อายุเพิ่งพ้นวัยเด็กมาไม่กี่ปี แต่ถึงเวลาที่ต้องทำตามขนบธรรมเนียนประเพณีของสังคม นั้นก็คือการได้แต่งงานและมีสามีดี ๆ เพื่อสร้างครอบครัว แต่กับ โจ นั้น ไม่ใช่ เธอไม่เลือกเส้นทางนั้น

ไม่ว่าพวกเธอจะโตขึ้นมากเพียงใด พ่ออันเป็นที่รักของเธอก็ยังคงเรียกพวกเธอว่า “ My Little women ” เสมอ
ไม่ว่าพวกเธอจะโตขึ้นมากเพียงใด พ่ออันเป็นที่รักของเธอก็ยังคงเรียกพวกเธอเหมือนเดิมว่า “ My Little women ” เสมอ

วัตถุดิบชั้นดี และทีมนักแสดงรุ่นเก่าผสมรุ่นใหม่มากฝีมือ

จะเห็นได้ว่าภาพยนตร์ที่อ้างอิงเรื่องราวจากวรรณกรรมยุคคลาสิค ส่วนใหญ่แล้วมักมีนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตา และมีฝีมือในการแสดงหนังอย่างมาก ทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ซึ่งตรงนี้เป็นจุดขายของ เกรต้า เกอร์วิค ที่สามารถปรุงซุปหม้อธรรมดา ๆ อย่าง สี่ดรุณี หม้อ นี้ ให้เป็น สี่ดรุณี ที่มีรสชาติเลอค่าและอร่อยไม่ซ้ำใครตามฉบับของตนเอง โดยเกรต้าเองก็หยิบหนึ่งในเรื่องตลกที่สุดของอัลคอตต์มาเล่าด้วยนั่นคือ ความจริงแล้วอัลคอตต์นั้นไม่คิดเขียนให้โจต้องแต่งงานเช่นเดียวกับตัวเธอเองที่โสดและร่ำรวย

ทว่าเหล่าผู้อ่านและบก.ต่างเรียกร้องให้เธอเขียนให้โจได้แต่งงานกับลอรี่หนุ่มแสนดีข้างบ้าน อัลคอตต์จึงต้องฝืนใจเขียนให้โจได้แต่งงานในตอนท้ายจนได้ ซึ่งเกรต้าก็เอาประเด็นนี้มาผสมผสานกับตัวนวนิยายโดยได้อัลคอตต์เป็นดรุณีคนที่ 5 ในเรื่องราวและตีความออกมาแบบสดใหม่ คมคาย อย่างมีชั้นเชิง ทั้งยังไม่ทรยศผู้อ่านเดิมที่ชอบนิยายด้วย ทั้งการตัดสลับอดีตกับปัจจุบันให้สอดรับ สะท้อนกันและกัน จนถึงขัดแย้งกันและกันจนเกิดธาตุความคิดตกตะกอนในหลากประเด็นขึ้นมากมายได้ ทั้งความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ทั้งความรักระหว่างพี่น้องที่มองข้ามความขัดแย้งรุนแรง และประเด็นที่ใหญ่สุดของเรื่องคือความรักและคุณค่าของการแต่งงานนั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงใดกัน ต้องยืนยันว่ายอดเยี่ยมมากในการจบท้ายที่สวยงาม แสบ และคมคายอย่างที่สุดเท่าที่ผลงานดัดแปลง สี่ดรุณี เคยทำมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

วัตถุดิบชั้นดี และทีมนักแสดงรุ่นเก่าผสมรุ่นใหม่มากฝีมือ
วัตถุดิบชั้นดี และทีมนักแสดงรุ่นเก่าผสมรุ่นใหม่มากฝีมือ

เส้นทางชีวิตของ สี่ดรุณี ที่แตกแขนงและสวยงาม แต่เต็มไปด้วยขวางหนาม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า คนที่ดำเนินเรื่องทั้งหมดนี้คือ โจ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของโจมากกว่าคนอื่น โดยเธอนั้น เลือกที่จะเดินตามเส้นทางและความชอบของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าจะโดนใครพูดว่าหรือนินทา เพราะเธอเชื่อว่าตนเองสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยตัวเอง เธอมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างไรกับชีวิตตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้ชาย เธอจึงแหกกฎและสร้างทางของตัวเองใหม่

โดยการเริ่มเดินทางเพื่อฝึกฝีมือของเธอให้กลายเป็นนักเขียนเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองได้ แต่ว่ามันไม่สวยงามอย่างที่ตั้งใจ เพราะผลงานการเขียนของเธอนั้น ยังคงถูกกดและทับด้วยสังคมที่ต้องว่าตามกัน การทำอะไรที่แปลกใหม่เป็นเรื่องที่ควรห้าม ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วนั้นยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมณ์นัก

เริ่มเดินทางเพื่อฝึกฝีมือของเธอให้กลายเป็นนักเขียนเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง
เริ่มเดินทางเพื่อฝึกฝีมือของเธอให้กลายเป็นนักเขียนเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง

แตกต่างจาก เอมี่ รับบทโดย ฟลอเรนซ์ พิว ที่ถูกปลุกฝังเรื่องของ โจ มาตลอด หลังจากการเลือกเส้นทางที่ทำให้เกิดผลกระทบกับครอบครัว ต้องกลายเป็นเธอเองที่ต้องกู้สถานภาพของครอบครัวขึ้นมา โดยการพยายามทำให้ตัวเองเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง และได้แต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคน เพื่อชูเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอให้ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ภายใต้แนวคิดของตัวเองที่อยากจะเป็นจิตรกรเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกผ่านการยืนได้ด้วยขาตัวเอง แต่เรื่องราวมันไม่ได้กลับง่ายได้ขนาดนั้น เพราะเธอยังไม่ genius พอ ซึ่งถ้าเธอไม่ genius พอ เธอจะเป็นได้แค่เพียงจิตรกรตลาดล่างข้างถนน เพราะเธอต้องพลาดท่าทำให้ตัวเองตกเป็นสาวโสดอีกครั้ง

พยายามทำให้ตัวเองเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง และได้แต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคน
พยายามทำให้ตัวเองเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง และได้แต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคน

เม็ก พี่สาวคนโต ได้ เอ็มมา วอตสัน มารับบท ซึ่งเธอเองใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักแสดง เธอมีความสามารถและสามารถเลี้ยงน้อง ๆ ได้ โดยแรงขับเคลื่อนของเธอนั้นก็เกิดจากน้องสาวของเธอทั้งสามคนที่คอยผลักดันให้เธอกลายเป็นสาวที่สวยที่สุดและเป็นที่จับตามองของบรรชายหนุ่มลูกคนรวยที่กำลังหาภรรยาสวย ๆ ไปอยู่เคียงข้าง เธอไม่ขออะไรมากเพียงแค่ทำให้ชีวิตของแม่และน้องสาวของเธอมีความสุข แต่สิ่งสุดท้ายที่เธอได้รับคือการได้แต่งงานกับคุณครูหนุ่มที่มีฐานะยากจน แต่ใช้หัวใจทั้งหมดกับครอบครัวและลูกตัวน้อย เส้นทางการเป็นนักแสดงของเธอจึงยุติลง กลายเป็นแม่ที่แบกภาระหน้าที่หญิงสาวที่รักสามี และประพฤติตัวแสร้งเป็นคนร่ำรวยเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง

เธอเองใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักแสดง เธอมีความสามารถและสามารถเลี้ยงน้อง ๆ ได้
เธอเองใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักแสดง เธอมีความสามารถและสามารถเลี้ยงน้อง ๆ ได้

เบ็ธ น้องสาวคนสุดท้อง รับบทโดย เอลิซ่า สเก็นเลน ที่มีใจรักในเสียงเปียโน ตัวเธอเองไม่ได้มีบทบาทมากอะไรในเนื้อหาภาพยนตร์ แต่เป็นประเด็นสำคัญหนึ่งที่ทำให้ สี่ดรุณี ครบรส เรื่องราวของเธอมักมีแต่ความเศร้า พาดผ่านความอ่อนต่อโลกและกลัวผู้ชาย สิ่งที่ทำออกมาได้ดีคือ การที่เธอเป็นสิ่งที่ทุกคนขาดไม่ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กสาวที่พูดน้อย ขี้อาย แต่รับรองว่าเธอรักพี่สามอีกสามคนมาก ๆ อย่างแน่นอน อาการป่วยของเธอ เป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่มีต่อกันได้เป็นอย่างดี จุดพลิกผันของชีวิตที่น่าสลดกับการจากไปของเธอ ทำให้ทุกคนต้องรีบูทตัวเองใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมเพื่อเธอ

อาการป่วยของเธอ เป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่มีต่อกันได้เป็นอย่างดี
อาการป่วยของเธอ เป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่มีต่อกันได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มข้างบ้าน กับปัญหาใหญ่ของสังคมชายเป็นใหญ่

เป็นเรื่องปกติ หากจะมีภาพยนตร์ที่สะท้อนสังคมชายเป็นใหญ่ได้ดี และมีนักแสดงชายที่ทำตัวออกนอกกรอบเช่นเดียวกับ สี่ดรุณี โดยบทชายหนุ่มข้างบ้านสุดแสนมีเสน่ห์ก็ได้นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ทิโมธี ชาลาเมต์ ที่เคยเข้าชิงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมออสการ์มาแล้วจาก Call Me by Your Name (2017) มาแสดงประกบ และบอกได้เลยว่าเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวนั้นซับซ้อนกว่าเรื่องทั้งหมด เพราะไม่ว่าจะยังก็แล้วแต่ การที่ถีบให้ตัวเองเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการนั้นสำคัญกว่า

ลอรี่ ชายหนุ่มที่เดินตามหาความรักที่ความหมายนั้นคือ โจ มาร์ช หญิงสาวที่ตกหลุมรักในครั้งแรกที่ทำความรู้จัก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หัวใจของเขาก็ยังคงมีโจเป็นสุดที่รักของเขา และถึงแม้ในตอนท้ายเองจะไม่ได้ลงเอยกันอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อย ทั้งลอรี่และโจเองก็เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันอยู่ดี

ลอรี่ ชายหนุ่มที่เดินตามหาความรักที่ความหมายนั้นคือ โจ มาร์ช
ลอรี่ ชายหนุ่มที่เดินตามหาความรักที่ความหมายนั้นคือ โจ มาร์ช

สิ่งที่ประทับใจใน สี่ดรุณี หลังจากดูจบ

ใครที่เป็นแฟนหนังที่มี Setting อยู่ในยุคคลาสิค ยุคที่ผู้หญิงต้องสวย และต้องมีสามีดี ๆ ต้องเป็นผู้หญิงที่พร้อมสร้างครอบครัวและผลิตลูก เรื่องนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน เพราะภาพยนตร์ที่สะท้อนให้เห็นปัญหาหลัก ๆ ของสังคมในยุคนั้น ไม่ว่าจะเพศไหนก็อินได้เสมอ และยิ่งหากคุณได้อยู่ในสถาวะที่คล้ายคลึงกับในภาพยนตร์ คงบอกได้เสียงเดียวกันว่า สี่ดรุณี เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ควรดู เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องราวความรักอันน้ำเน่า แต่เป็นการสะท้อนความรักที่หลากหลายรูปแบบ ความรักต่อผลงานศิลปะ ความรักต่อเสียงเพลง ความรักต่อสิ่งที่ตนเองชอบ ความรักต่อผู้อื่น นอกจากนี้ยังได้บทเรียนด้านอื่น ๆ อีกมากมาย รวม ๆ แล้ว สี่ดรุณี เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนมุมมองหญิงสาวออกมาได้ดีเยี่ยม

รอมาเนิ่นนานกับ สี่ดรุณี ตอนนี้มีฉายใน Netfilx เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครที่ดูแล้ว อยากเก็บรายละเอียดอื่น ๆ เพื่ออรรถรสก็สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ รับประกันงานภาพ งานเสียง ดีแน่นอน

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *