Rihanna

ถ้าพูดถึงวงการเพลงในแถบอเมริกา เราเชื่อว่ามีตัวแม่หลายคนเหมือนกันที่เป็นตำนาน หนึ่งในนั้นก็ต้องเป็น Rihanna นักร้องสาวผิวดำสัญชาติบาร์เบโดส ที่ขึ้นแท่นเป็นตัวแม่ในวงการเพลงฮิปฮอปที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ถึงแม้ตอนนี้แม่จะไม่ใช่นักร้องแล้ว เพราะการเป็นแม่ค้ามันเริ่ดกว่า แต่ก่อนที่แม่จะเบนเข็มมาขายของ(เครื่องสำอางค์) แก็ยังเป็นแม่ เพราะเส้นทางการเป็นนักร้องของเธอนั้นทำให้เราได้พบกับศิลปินมากความสามารถที่ไม่มีใครเหมือนวันนี้เราเลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักเธอกันแบบคร่าว ๆ และฝากผลงานเพลงที่ดังทั่วโลกอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง

ส่องประวัติและผลงานเพลง Rihanna เจ้าแม่ภาพลักษณ์ Bicth better have my money
ส่องประวัติและผลงานเพลง Rihanna เจ้าแม่ภาพลักษณ์ Bicth better have my money

ชีวประวัติของ Rihanna

Rihanna (Robyn Rihanna Fenty) เธอเกิดในช่วงต้นปี 1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส (Barbados) ดังนั้นเธอเป็นคนเชื้อสายบาร์เบโดสโดยตรง ในช่วงวัยเด็กชีวิตและครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้มีพื้นฐานเป็นคนรวย เธอเติบโตในบังกะโลและต้องตื่นไปขายเสื้อผ้ากับคุณพ่อบริเวณแผงลอยข้างถนน นอกจากนี้ครอบครัวของเธอเองก็ไม่ได้อบอุ่นสักเท่าไหร่นัก เพราะเธอเห็นความรุนแรงในครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นสุขภาพของเธอในวัยเด็กก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เธอมีอาการปวดตามร่างกายจนต้องเข้าไปพบแพทย์และ CT Scan นับไม่ถ้วน แต่หลังจากคุณพ่อและคุณแม่หย่าร้าง สุขภาพของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

โดยการศึกษาในวัยเด็กรีแอนนาได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ชื่อว่า ‘The Combermere’ และเธอรับการอบรมในหลักสูตรนายร้อยทหารบกอีกด้วย แต่ด้วยอิทธิพลทางด้านดนตรีเรกเก้ที่เธอฟังมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอหันเหไปเอาดีทางด้านดนตรีและการร้องเพลงอย่างจริงจัง จนเธอได้ทำการฟอร์มวงเกิร์ลกรุ๊ปกับเพื่อนร่วมคลาสและเข้าไปออดิชันกับค่ายเพลงอย่างจริงจัง

Rihanna (Robyn Rihanna Fenty) เธอเกิดในช่วงต้นปี 1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส
Rihanna (Robyn Rihanna Fenty) เธอเกิดในช่วงต้นปี 1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส

โปรดิวเซอร์อย่าง ‘อีวาน โรเจอร์ส’ (Evan Rogers) บอกว่าตั้งแต่ Rihanna เดินเข้ามาในห้อง เธอมีเสน่ห์และโดดเด่นออกมาจากกรุ๊ป ชนิดที่ว่าเขาเห็นเธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นเธอร้องเพลง Emotion ของวง Destiny’s Child’s และ Hero ของ Mariah Carey โดยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เธอเข้าตาโรเจอร์สุด ๆ จากนั้นเขาจึงพาเธอเข้าไปอัด Demo เพื่อส่งให้กับค่ายเพลงชื่อดังอย่าง Def Jam Recordings

จากนั้นไม่นาน Demo ของ Rihanna ก็ไปอยู่ในมือของ Jay Z กับ La Reid ทั้งสองคนทั้งถูกใจและเชื่อมาก ๆ ว่าเธอจะสามารถต่อยอดเป็นศิลปินดังในอนาคตได้ หลังจากทำการเซ็นสัญญา เธอก็ได้เข้ามาเป็นศิลปินในค่าย นอกจากนี้เธอยังมีโอกาสในการทำอัลบั้มและซิงเกิ้ลมากมาย สามารถทำสถิติในชาร์ตเพลงค่อนข้างดีสำหรับการเป็นศิลปินหน้าใหม่ แต่ซิงเกิ้ลที่ทำให้เธอดังไปทั่วโลกจนกลายเป็นที่จดจำคือเพลง ‘Umbella’ ซึ่งได้ร่วมงานกับ Jay Z และต่อมาไม่ว่าเธอปล่อยอะไรใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเพลง กระแสตอบรับก็ดีอยู่เสมอจนเธอมีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้กว่า 14 เพลง โดยสถิติระดับนี้มีศิลปินเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้

เธอทำอัลบั้มและซิงเกิ้ลมากมาย สามารถทำสถิติในชาร์ตเพลงค่อนข้างดีสำหรับการเป็นศิลปินหน้าใหม่
เธอทำอัลบั้มและซิงเกิ้ลมากมาย สามารถทำสถิติในชาร์ตเพลงค่อนข้างดีสำหรับการเป็นศิลปินหน้าใหม่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก bestreview.asia

ผลงานเพลงดังที่ดึงดูดแฟน ๆ ได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

อัลบั้มชุดแรกของ Rihanna ออกวางขายในเดือนสิงหาคม 2005 โดยใช้ชื่อว่า Music of the Sun ซึ่งมีเพลงดังอย่าง Pon de Replay” ดังเป็นอันดับ 2 ของอเมริกา ณ ตอนนั้น ทำให้เธอได้ถ่ายภาพขึ้นปกนิตยสารในลอสแอนเจลิสและแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง “Bring It On Yet Again” ต่อมาในปี 2006 ได้ออกผลงานอัลบั้ม A Girl like Me มีเพลงดังอย่าง SOS” ที่ใช้ดนตรีแนวอีเล็กโทร-ฟังก์ เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 ในอเมริกาของเธอเพลงแรก เพลงนี้ใช้ประกอบโฆษณาไนกี้ ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 Unfaithful” เธอได้ร่วมงานนักร้อง R&B นี-โย (Ne-Yo) เพลงนี้สามารถขึ้นถึง 6 บนชาร์ทในอเมริกา

อัลบั้มที่ทำให้เธอดังระเบิดต้อง Good Girl Gone Bad ในปี 2007 กับซิงเกิ้ลแรก Umbrella” ที่วัยรุ่นยุค Y2K ไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเดินไปไหนเรียกว่าเพลงของเธอก็ถูกนำมาเปิดให้ได้ยินตลอด เป็นเพลงที่ปูพรมแดงให้ Rihanna กลายเป็นตัวแม่ของวงการเพลงโลกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเพลงนี้เป็นแนว R&B ผสมกับ Hip Hop ความยูนีคของเสียงและดนตรีสุดดิ้นหูทำให้เพลงนี้ถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล ขายได้กว่า 6 ล้านก็อปปี้และชนะรางวัล Grammy Awards ในสาขา ‘Best Rap/Sung Collaboration’ อีกด้วย ฮิตขนาดได้ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ รวมทั้งในสหราชอาณาจักรที่อยู่บนอันดับ 1 นานถึง 10 สัปดาห์

ในปี 2010 Rihanna ได้ร่วมฟีเจอร์ริ่งกับเอ็มมิเน็ม (Eimnem) ปล่อยเพลง “Love The Way You Lie” เพลงนี้บอกเล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ไม่ดีหรือมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งทางเอ็มมิเน็มก็เป็นคนเลือกเธอเข้ามาร่วมร้องด้วยตัวเอง เป็นเพลงที่ฟังแล้วเข้าถึงได้ง่าย ติดหู ด้วยการแร็ปสไตล์ Hip-Hop Ballad กับเสียงคอรัสที่ตรึงทุกโสตประสาท ทำนองมีการผ่อนหนักผ่อนเบาทำให้ฟังแล้วไม่รู้สึกเบื่อ ปีเดียวกันเธอยังมีอีกออกซิงเกิ้ลที่โคตรจะสุดฮิต ฮิตจนไม่รู้จะฮิตยังไงแล้วกับ “Rude Boy” ในอัลบั้ม Rated R หนึ่งในเพลงระดับตำนานของเธอ โดยเพลงนี้ค่อนข้างแซ่บเข็ดฟันพอตัว ทั้งวิธีการร้อง ทำนองของดนตรีที่ผสมความเป็นเร้กเก้กับอิเล็กโทรได้อย่างลงตัว เป็นเพลงที่ฟังแล้วต้องโยกย้ายส่ายสะโพกแน่ ๆ

เธอปล่อยเพลงอย่างต่องกันอัลบั้มชุดถัดไป Talk Talk ในปี 2011 และมีเพลงดังที่ไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องร้องได้กับ “We Found Love” ถึงแม้ว่าเพลงจะผ่านมานานเกินกว่า 10 ปี แต่ด้วยความเป็น Electro House และ Dance-pop ทำให้เพลงนี้ฟังแล้วดูสดใหม่ เรามักจะได้ยินเพลงนี้ในผับเสียส่วนใหญ่ เพราะว่าเต้นมันส์มาก ด้วยทำนองที่แทบไม่ต้องมิกซ์อะไรเพิ่มเลย ฟังแบบออริจินัลก็สนุกและเข้าถึงความรู้สึกเพลงได้ดี ซึ่งตัวเพลงสามารถขึ้นไปบนอันดับ 1 ของชาร์ตได้นานกว่า 10 สัปดาห์ ทั้งยังขึ้นอันดับ 1 กว่า 25 ประเทศ

อีกเพลงที่ยังคงดังและยังมีคนฟังอยู่ตลาดจนถึงตอนนี้ คือ “Diamonds” ผลงานในอัลบัม Unapologetic (2012) เพราะท่อน Shine bright like a diamond ทำให้กลายเป็นเพลงที่คนฟังถึงกับแปลงเนื้อตรงนี้ออกไป กลายเป็นว่ามีคนค้นหาเพื่อฟังต้นฉบับกันอย่างมากมาย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพราะมันติดหูและค้างคาใจมากว่าสรุปแล้ว Rihanna เธอร้องว่าอะไร (ก็แหม.. ตอนนั้นเพิ่ง ม.2 เอง T______T)

และที่จะขาดไม่ได้เลยกับเพลงสุดเปรี้ยวของเธอกับซิงเกิ้ล “Bicth better have my money” ในอัลบัม Recorded (2014) เนื่องด้วยตอนนั้น เธอก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกและมีแฟนเพลงที่หนาคับคั่ง ทำให้เพลงนสี้ติดทั้งหู ติดทั้งชาร์คบิลบอร์ด แถมเข้าร้านเหล้าที่ไหนก็ต้องเปิดเพลงนี้ ทำนองเพลงแนวฮิปฮอปที่เธอถนัดมันทำให้เรารู้เลยว่าเพลงนี้ต้องดี นอกจากนี้ยังมีนักเต้นหลายสาขานำเพลงของเธอไปใส่ Choreography อย่างเช่น สาว ๆ Blackpink , Royal Family , Timmilgram และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ยิ่งดังพุแตกเข้าไปใหญ่

ถึงแม้ว่า Rihanna เหมือนจะวางไมค์ไปแล้ว เพราะธุรกิจค้าขายของเธอนั้นดีเทน้ำเทท่า ทำให้แฟนคลับยังคงรอเธอกลับมาจับไมค์ขึ้นเวทีอีกครั้ง และล่าสุดเธอก็ทำให้แฟน ๆ นอนตายตาหลับแล้ว กับงาน Super Bowl Half Time Show ที่แม่ได้เข้าร่วมแสดงบนเวทีสุดจี๊ดลอยฟ้า ใครสนใจอยากรู้ว่าวันนั้นแม้แต่งตัวและแต่งหน้าอย่างไรตามไปดูได้ที่นี่ คลิก

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *