Money Heist ซีรี่ส์โจรกรรมขึ้นหิ้งจาก Netflix

หากนึกถึงซีรี่ส์แนวโจรกรรมที่ทุกวันนี้ผลิตออกมาให้เกลื่อนวงการภาพยนตร์ ส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกันดีในภาพยนตร์หรือไม่ก็ซีรี่ส์จากฮอลลิวูด รวมถึงช่วงหลังมานี้กระแสซีรี่ส์แนวนี้จะเริ่มเทมาทางฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ผลิตออกมาให้เลือกชมไม่ซ้ำกัน แต่ถ้าพูดถึงซีรี่ส์แนวโจรกรรม Non-English ที่กระแสแรงที่สุดใน Netflix คงจะเป็นเรื่องไหนไปไม่ได้นอกจาก Money Heist ซีรี่ส์สัญชาติสเปนที่สร้างปรากฏการณ์กระแสยอดผู้ชมถล่มทลาย 148 ล้านคน ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Netflix แทรกหน้า Squid Game ไปได้อย่างเฉียดฉิว รวมถึงความสำเร็จอย่างล้มหลาม ทำให้ทาง Netflix ทุ่มทุนสร้างภาคต่อลากยาวมาจนถึงซีซั่นที่ 5 ได้อย่างสวยงาม แต่อะไรล่ะที่ทำให้ซีรี่ส์สัญชาติสเปนเรื่องนี้ครองใจผู้ชม และเกิดกระแสการพูดถึงในสังคมเป็นวงกว้างขนาดนี้   

Money Heist ซีรี่ส์โจรกรรมขึ้นหิ้งจาก Netflix
Money Heist ซีรี่ส์โจรกรรมขึ้นหิ้งจาก Netflix

เรื่องราวการโจรกรรมใน Money Heist ภาค 1-5

Money Heist เป็นซีรี่ส์สัญชาติสเปนมีความยาว 5 ซีซั่น จำนวน 41 ตอน อำนวยการผลิตนำโดย อเล็กซ์ ปีนา ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ทางสถานีโทรทัศน์สเปนช่อง Antena 3 ก่อนที่จะถูกซื้อลิขสิทธิ์ลงสตรีมมิ่ง Netflix ในปลายปีเดียวกัน เนื้อเรื่องทั้ง 5 ซีซั่นถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท โดยเนื้อเรื่องในซีซั่นที่ 1-2 ว่าด้วยเรื่องการวางแผนปล้นโรงกษาปณ์ของประเทศสเปน นำโดยตัวละครเอกของเรื่องอย่างศาสตราจารย์ (นำแสดงโดย อัลบาโร มอร์เต) กับทีมนักปล้นอีก 8 คนที่มีเบื้องหลังไม่ขาวสะอาดนัก ไม่ว่าจะเป็นนักปล้น นักต้มตุ๋น นักเลง นักขุดเหมือง แฮกเกอร์ และทหารในสงคราม แต่ละคนล้วนมีความสามารถพิเศษแตกต่างกัน หากแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือแผนการปล้นโรงกษาปณ์

การดำเนินเรื่องราวที่เล่าเป็นฉาก ๆ ผ่านมุมมองของโตเกียว (นำแสดงโดย เออร์ซูล่า คอร์เบโร) สาวนักปล้นผู้มีชีวิตผาดโผนและสุดโต่ง เธอถูกเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มนักปล้นโดยศาสตราจารย์ และได้รับแผนการที่ถูกวางไว้โดยศาสตราจารย์ในการบุกปล้นโรงกษาปณ์ของสเปนกับเพื่อนร่วมทีมอีก 8 คนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยกฎของทีมนักปล้นคือการปิดบังตัวตน ไม่มีใครรู้ชื่อจริง ทุกคนในทีมจะตั้งชื่อของตนเองเป็นชื่อเมืองหลวง ห้ามเปิดเผยเรื่องส่วนตัว รวมถึงห้ามมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างกัน ในส่วนของแผนการปล้นพวกเขาเลือกบุกปล้นโรงกษาปณ์แบบอุกอาจ พวกเขาจับกลุ่มบุคคลที่อยู่ภายในทั้งเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยว และกลุ่มนักเรียนที่เข้าไปทัศนศึกษาเป็นตัวประกัน โดยที่เหล่านักปล้นจะแต่งกายด้วยชุดสีแดง และสวมใส่หน้ากากดาลีเพื่อปกปิดใบหน้า หลังจากนั้นพวกเขาจึงควบคุมการทำงานของโรงกษาปณ์ทั้งหมด โดยสั่งงานให้ตัวประกันพิมพ์เงินออกมาและแผนการขุดอุโมงค์เพื่อหลบหนี การดำเนินเรื่องราวในภาคการบุกปล้นโรงกษาปณ์ดำเนินไปด้วยความดุเดือด เป็นการเล่นแง่ชิงไหวชิงพริบกันระหว่างฝั่งนักปล้น ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สายอาชญากรรม เรียกได้ว่าเป็นการวางเกมส์ที่ชิงไหวชิงพริบกันสุด ๆ

เรื่องราวพาร์ทใหม่ของ Money Heist
เรื่องราวพาร์ทใหม่ของ Money Heist สานต่อความมันส์จัดเต็มกว่าเดิม

ในส่วนของพาร์ทที่ 2 ของซีรี่ส์เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวภายหลังเหตุการณ์บุกปล้นโรงกษาปณ์มาแล้ว 365 วัน ก่อนที่จะเข้าสู่เหตุการณ์ที่บังคับให้พวกเขาต้องกลับเข้ามาสู่การปล้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป้าหมายอยู่ที่ธนาคารกลางสเปน ซึ่งในพาร์ทการบุกปล้นธนาคารกลางจะดำเนินเนื้อเรื่องในภาคที่ 3 – 5 เนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม มีตัวละครใหม่โผล่เข้ามาให้ตื่นเต้น แผนการชิงไหวชิงพริบที่เกิดขึ้นระหว่างนักปล้นและฝ่ายตำรวจที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม มีตัวละครใหม่ของทางฝ่ายตำรวจที่ทันเกมส์ จนทำให้ศาสตราจารย์เกือบเสียท่าอยู่หลายครั้ง อีกทั้งความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงระหว่างตัวละครแต่ละตัวที่ทำเอาคนดูลุ้นทุกวินาที ในพาร์ทของการบุกปล้นธนาคารที่ผู้ชมจะได้เห็นถึงความอยุติธรรมในสังคมและความมืดดำของฝ่ายรัฐบาลที่ซ่อนเอาไว้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าความมันส์ไม่แพ้พาร์ทแรกอย่างแน่นอน

ตัวละครหน้ากากนักปล้น ตัวแทนแห่งการต่อต้านกับระบบสังคมที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อพูดถึงซีรี่ส์แนวโจรกรรม สิ่งแรกที่มักจะเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างผลงานมักจะมาจากสภาพสังคมที่บิดเบี้ยว การถูกกดขี่ และความไม่ชอบธรรมในสังคม Money Heist เองก็ไม่ต่างอะไรจากซีรี่ส์แนวเดียวกันสักเท่าไหร่ เมื่อลองมองดูความหมายของชื่อเรื่องจะหมายถึงการปล้นเงิน แต่สำหรับชื่อของซีรี่ส์ในภาษาสเปนมีชื่อว่า La casa de Paper มีความหมายว่า “บ้านกระดาษ” ที่ถูกใช้เป็นจุดมุ่งหมายหลักของเรื่อง ในที่นี้หมายถึงโรงกษาปณ์กลางที่ผลิตกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกคนในสังคมตีคุณค่าของมัน และกระดาษที่ว่านี้แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของความอยุติธรรมในสังคม เกิดความไม่ชอบธรรม และความเหลื่อมล้ำของระบบทุนนิยม

หนึ่งในคาแรกเตอร์ทีมปล้นจาก Money Heist
หนึ่งในคาแรกเตอร์ทีมปล้นจาก Money Heist

หากผู้ชมได้มีโอกาสรับชมซีรี่ส์เรื่องนี้ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุด จะเห็นกระแสตอบรับของผู้คนที่ปรากฏในเนื้อเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าข้างฝ่ายเจ้าหน้าที่สักเท่าไหร่ ยิ่งในช่วงภาค 3 เป็นต้นไปจะเห็นความชัดเจนว่าประชาชนเลือกเข้าข้างฝ่ายนักปล้น ทั้งที่ความเป็นจริงพวกเขาเปรียบเหมือนโจรในสายตารัฐบาล แต่ทำไมประชาชนกลับเลือกข้างฝั่งนักปล้นมากกว่า นั่นเป็นเพราะความรู้สึกร่วมของประชาชนที่เห็นด้วยกับเหล่านักปล้นที่จะเรียกว่าโจรได้ไม่เต็มปาก หากจะเรียกพวกเขาว่า “นักต่อต้าน” ดูจะมีความใกล้เคียงมากกว่า เพราะสิ่งที่พวกเขากระทำไม่ใช่การปล้นทั่วไป ไม่ได้มีเป้าหมายในการฆ่าเพื่อหวังทรัพย์ แต่เป้าหมายคือรัฐบาลสเปนที่พวกเขามองว่ารัฐบาลนั่นแหละคือโจรตัวจริงที่เสแสร้งตนเองว่าเป็นคนดี พวกเขาพยายามหาข้ออ้างต่าง ๆ นานาเพื่อกลบความดำมืดของการกระทำของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น ประโยคสนทนาของศาสตราจารย์ที่พูดเอาไว้ถึงเหตุการณ์ที่ธนาคารกลางยุโรปพิมพ์แบงค์ออกมาเพื่อกลุ่มนายทุน แต่ใช้คำพูดให้ดูดีว่า “การอัดฉีดสภาพคล่องทางการเงิน” ประโยคนี้สะท้อนความเป็นจริงที่อย่างชัดเจนที่สุดของการกระทำทั้งหมด

จุดที่น่าสนใจอีกประการของซีรี่ส์ Money Heist คือ ตัวละครที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากที่ดูคล้ายกับโมริ โคโกโร่ จากเรื่องโคนัน แต่หน้ากากนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับคุณลุงโมริ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการนักสืบแต่อย่างใด หน้ากากที่พวกเขาสวมใส่เป็นใบหน้าของบุคคลที่ชื่อว่า ซัลบาโด ดาลี หรือหน้ากากดาลี ศิลปินชาวสเปนที่ได้รับการจดจำในฐานะจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงานแหกทุกกฎของสังคม อีกทั้งยังถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ตัวแทนแห่งการต่อต้านความอยุติธรรมในสังคม จนทำให้หน้ากากดาลีกลายเป็นที่จดจำของซีรี่ส์ชุดนี้

หน้ากากดาลี
หน้ากากดาลี ตัวแทนนักต่อต้านที่ปรากฎในเรื่อง Money Heist

ซีรี่ส์ Non-English ไม่ต้องใช้ดาราแม่เหล็ก แต่ประสบความสำเร็จอย่างล้มหลาม

เห็นว่าเป็นซีรี่ส์ที่กระแสตอบรับดีขนาดนี้ บอกได้เลยว่าทีมนักแสดงก็ไม่ได้เป็นนักแสดงแม่เหล็กของฮอลลีวูด แต่ด้วยฝีมือการแสดงของทุกคน ความเป็นทีมเวิร์ค และการแสดงที่เก็บทุกรายละเอียด ตัวละครมีเอกลักษณ์ชัดเจน บวกกับบทที่ส่งเสริมนักแสดง สิ่งเหล่านี้แหละที่ดันให้ซีรี่ส์ฟอร์มธรรมดาเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้มหลาม ทุกองค์ประกอบเห็นถึงความตั้งใจของทีมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเขียนบทที่เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง การวางแผนของตัวละครที่ฉลาดแยบยลทำเอาคนดูต้องตามติดลุ้นทุกตอน ความสำเร็จของ Money Heist ในซีซั่น 3 – 5 เป็นรองเพียงแค่ Squid Games ที่ครองอันดับ 1 ในประเภท Non-English TV แต่หากดูยอดรวมทั้งหมด 41 ตอน จำนวนผู้ชมแทรงหน้าขึ้นอันดับ 1 ได้อย่างสวยงาม ไม่เพียงแต่ความนิยมในกลุ่มผู้ชมเท่านั้น แต่ยังการันตีคุณภาพผลงานด้วยรางวัลมากมาย อาทิเช่น รางวัล ซีรี่ส์สเปนที่ดีที่สุดแห่งปีจาก Fotogramas de Plata ในปี 2017 และในปี 2018 สามารถคว้ารางวัล International Emmy Awards สาขาละครโทรทัศน์ที่ดีที่สุดไปครอง

Money Heistกับตารางอันดับซีรี่ส์ Non-English
Money Heistกับตารางอันดับซีรี่ส์ Non-English

ความประทับใจสำหรับซีรี่ส์ Money Heist

ความประทับใจของซีรี่ส์เรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่เปิดฉากแรกของเรื่องที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย ไม่ต้องปูพื้นตัวละครให้เวิ่นเว้อ แต่เริ่มต้นด้วยฉากของการบุกปล้นโรงกษาปณ์ หลังจากนั้นจึงดำเนินเนื้อเรื่องตามแผนการ โดยผู้กำกับได้ใช้วิธีเล่าแบบ Flashback ตลอดระยะเวลาของแผนการ ตั้งแต่ปูมหลังของตัวละคร รวมถึงการวางแผนการทั้งหมด การเล่าเรื่องในลักษณะนี้เรามักจะคุ้นเคยกันดีในภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ทั่วไป ซึ่งการเล่าเรื่องใน Money Heist ไม่ใช่เล่าทีเดียวแล้วจบไปเหมือนซีรี่ส์เรื่องอื่น แต่จะค่อย ๆ แทรกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามแผนการทีละสเต็ป เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ A ภาพก็จะตัดไปที่การวางแผนรองรับเหตุการณ์ A เป็นต้น รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครที่สอดแทรกเข้ามาให้คนดูอินไปพร้อมกัน นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับใจของซีรี่ส์เรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครในกลุ่มปล้นที่ดูเหมือนจะเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะขัดแย้งกันบ้าง แต่สุดท้ายทุกคนก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพียงแค่ทุกคนเชื่อมั่นใจแผนการของศาสตราจารย์ที่วางแผนเอาไว้ ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จได้

ทีมนักปล้น Money Heist
ทีมนักปล้น Money Heist ตัวละครตัวแทนนักต่อต้าน

Money Heist หนึ่งในซีรี่ส์ขึ้นหิ้งจาก Netflix ที่ไม่ควรพลาด

สำหรับซีรี่ส์ Money Heist ถือได้ว่าประสบความสำเร็จถล่มทลายไปทั่วโลก ปัจจุบันเดินทางมาถึงซีซั่นที่ 5 เนื้อหาที่กำลังเข้มข้น ความสำเร็จของซีรี่ส์ชุดนี้ถูกนำมาสร้างเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดฉบับรีเมคจากเกาหลีใต้ โดยมีกำหนดลงฉายใน Netflix วันที่ 24 มิถุนายนนี้ เนื้อเรื่องในเวอร์ชันเกาหลีจะแตกต่างจากต้นฉบับอย่างไร และจะตื่นเต้นเร้าใจหรือไม่ แฟนซีรี่ส์ไม่ควรพลาดชม

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *