moving

Moving 2023 เปิดตัวเพียงไม่กี่วันก็ทะยานสู่อันดับหนึ่งของแพลตฟอร์ม Disney+ ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเสียงตอบรับจากคนดูก็พูดเป็นเสียงกันว่า “ซีรีส์แอคชั่น ไซไฟที่ควรดู” เพราะมันไม่ได้แค่นำเสนอเรื่องราวของคนที่มีพลังพิเศษ และยังถ่ายทอดความสัมพันธ์ออกมาได้อย่างพอดีและไม่ดูรีบร้อนจนเกินไป วันนี้เราเองที่ดูถึงตอนที่ 7 แล้ว เลยมาขอรีวิวหลังจากดูครบ 7 ตอนก่อน

เรื่องย่อ Moving (2023)

Moving กำกับโดย พัค อินเจ (Park In Je) และดัดแปลงจากเว็บตูนชื่อเดียวกันของนักเขียนกังฟูล (Kang Full) บอกเล่าเรื่องราวของ คิมบงซอก ผู้เกิดมาพร้อมพลังพิเศษเหนือมนุษย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอมสุดท้ายของโรงเรียนจองวอน ซึ่งในวันแรกของการเปิดเรียนเทอมสุดท้าย เขาได้พบกับ จางฮีซู นักเรียนใหม่สาวสวย ที่เพิ่งย้ายมา ทั้งคู่ได้กลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งได้เผยความลับของกันและกัน นั่นก็คือพวกเขาต่างมี “ความแตกต่างและพิเศษจากคนอื่นนิดหน่อย” โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่า ที่โรงเรียนแห่งนี้ยังมีผู้มีพลังอีกคน นั่นก็คือ อีคังฮุน หัวหน้าห้องแสนเย็นชาของพวกเขา

.

เรื่องย่อ Moving (2023)
เรื่องย่อ Moving (2023)

.

ชีวิตของทั้งสามคนใน Moving ดูเหมือนจะดำเนินไปตามปกติของเด็กม.6 นั่นก็คือการวางแผนการเรียนและเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขณะที่คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่าง จาง จูวอน พ่อของฮีซูก็เปิดร้านขายไก่ทอดเพื่อหาเลี้ยงลูกสาว อี มีฮยอน แม่ของบงซอกเปิดร้านขายทงคัตสึ ส่วน อี แจมัน พ่อของคังฮุนเองก็เปิดร้านขายของชำ

พลังเหนือมนุษย์ซึ่งเด็กทั้งสามคนสืบทอดมาจากพ่อแม่ ส่งผลให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ถูกกำชับมิให้ใครล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับตัวตนอันอาจส่งผลต่ออันตราย จนกระทั่งชายปริศนาผู้ออกไล่ล่ากำจัดกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษทั่วกรุงโซล นั่นทำให้พ่อแม่และกลุ่มเด็กเหนือมนุษย์เหล่านี้ ต้องเตรียมรับมือต่อภัยคุกคามที่กำลังย่างกรายเข้ามาโจมตี

.

เรื่องย่อ Moving (2023)

.

นักแสดงและบทบาทที่ได้รับใน Moving

อี จองฮา

รับบทเป็น คิม บงซอก เด็กหนุ่มอัธยาศัยดี ผู้สืบทอดพลังการลอยตัวได้มาจากพ่อ และประสาทสัมผัสอันฉับไวมาจากแม่ ต้องคอยถ่วงน้ำหนักตัวเองในทุก ๆ วันไม่ให้ลอยได้ เป็นคนจิตใจดี ยิ้มเก่ง ขี้อายถ้าได้อยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ตัวเองชอบจะเผลอลอยตัวเพราะความรู้สึกมันแปรปรวน

คิม บงซอก
คิม บงซอก

โก ยุนจอง

รับบทเป็น จาง ฮีซู สาวน้อยที่มีบุคลิคสดใส ร่าเริง มีความตรงไปตรงมาและกล้าหาญ มีพรสวรรค์ทางด้านกีฬาเลยตั้งใจจะสอบเข้าเอกพละศึกษาเพื่อลดภาระให้พ่อด้วยการใช้ทุนเรียนต่อ แถมยังมีพลังการเยียวยาบาดแผลเหมือนพ่อ

จาง ฮีซู
จาง ฮีซู

คิม โดฮุน

รับบทเป็น อี คังฮุน หัวหน้าห้องผู้มีภาพลักษณ์เหมือนหนอนหนังสือ เย่อหยิ่งและไม่มีสังคม เขามักแสดงออกด้วยบุคลิกเงียบขรึมเย็นชา แต่แท้จริงแล้วกลับมีพละกำลังมหาศาลและเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหนือมนุษย์ และนั่นก็เพราะพ่อเขามีพลังมหาศาลนั่นเอง

อี คังฮุน
อี คังฮุน

รยู ซึงรยง

รับบทเป็น จาง จูวอน ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อของจางฮีซู แม้จะมีฐานะปานกลางทว่าเขาทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตแบบไม่ยากลำบาก อีกทั้งยังเป็นคนมอบมรดกอันล้ำค่าให้ลูกสาวคือพลังแห่งการเยียวยาสมานบาดแผล

จาง จูวอน
จาง จูวอน

ฮัน ฮโยจู

รับบทเป็น อี มีฮยอน หญิงสาวผู้เผชิญความยากลำบากในฐานะแม่ของบงซอก พลังการลอยตัวของลูกชายเป็นเหตุให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตรายทุกวินาที ส่วนตัวเธอเองก็มีพลังพิเศษเป็นนักวิเคราะห์และประสาทสัมผัสไวเหนือมนุษย์

 อี มีฮยอน
อี มีฮยอน

โจ อินซอง

รับบทเป็น คิม ดูชิก อดีตเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวงการวางแผนความมั่นคงแห่งชาติ เป็นพ่อของบงซอก ซึ่งได้สืบทอดมอบพลังการบินให้ลูกชาย แต่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยสักทีนานถึงหลายสิบปี

คิม ดูชิก
คิม ดูชิก

คิมซองกยุน

.

รับบทเป็น อี แจมัน พ่อของคังฮุน เขาสามารถเคลื่อนไหวอย่างว่องไวปานลิงลม ทั้งยังมีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้ลูกชายได้รับพลังดังกล่าวไปด้วย

อี แจมัน
อี แจมัน

ชา แทฮยอน

รับบทเป็น จอน กเยโด คนขับรถประจำทางผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี แต่ความลับคือเขามีพลังแห่งการควบคุมกระแสไฟฟ้า ที่สืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อซึ่งเสียชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำและต้องการหาคนทำผิดมาลงโทษ

จอน กเยโด
จอน กเยโด

คิม ฮีวอน

รับบทเป็น ชเว อิลฮวาน คุณครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 ประจำ โรงเรียนมัธยมปลายจองวอน เขาล่วงรู้พลังเหนือมนุษย์ของนักเรียนกลุ่มหนึ่งและพยายามสอนให้พวกเขาปกปิดมัน

ชเว อิลฮวาน
ชเว อิลฮวาน

รยู ซึงบอม

รับบทเป็น แฟรงก์ มือสังหารประจำหน่วยกวาดล้างสิ่งเหนือธรรมชาติที่ถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งซึ่งบงการอยู่เบื้องหลัง เพื่อกำจัดกลุ่มคนเผ่าพันธุ์เหนือมนุษย์ตามคำสั่ง

แฟรงก์
แฟรงก์

Moving ซีรีส์ที่เดินเรื่องเร็ว กระชับ ไม่ยืดเยื้อ

ถ้าให้พูดถึงการปูเรื่อง ต้องยกนิ้วโป้งให้ Moving เลยจริง ๆ ผู้กำกับเก่งมากที่นำเสนอโครงเรื่องเหนือจินตนาการแต่ดึงดูดผู้ชมให้ตื่นตาตื่นใจด้วยการดำเนินเรื่องระหว่างการทิ้งปมใหม่และคลายปมเก่าไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นเพียง 7 ตอนที่หยุดดูไม่ได้ มันอยากดูต่อตลอด อยากรู้ว่าเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไร มีความสนุกและชวนติดตาม แทบไม่มีช่วงหน้าเบื่อสักตอนเลย

นำเสนอโครงเรื่องเหนือจินตนาการแต่ดึงดูดผู้ชมให้ตื่นตา
นำเสนอโครงเรื่องเหนือจินตนาการแต่ดึงดูดผู้ชมให้ตื่นตา

ถึงแม้ว่าจะเป็นซีรีส์ที่เกี่ยวกับซุปเปอร์ฮีโร่ มนุษย์เหนือมนุษย์ที่มีพล็อตการสาดพลังใส่กันทั่วไป แต่ความพิเศษคือการสื่อสารกับคนดูได้หลากหลายประเด็น ทั้งถ่ายทอดให้เห็นถึงเรื่องความรักของพ่อ แม่ และครอบครัว ไหนจะเรื่องมิตรภาพระหว่างเพื่อน ชีวิตวัยเรียน ลากยาวไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่ง Moving ก็สามารถเล่าออกมาได้อย่างดีและไม่ยัดเยียด

.

ความพิเศษคือการสื่อสารกับคนดูได้หลากหลายประเด็น
ความพิเศษคือการสื่อสารกับคนดูได้หลากหลายประเด็น

และจุดสำคัญคือการเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของเหล่าฮีโร่วัยเด็ก ความยากลำบาก สิ่งที่คนในครอบครัวต้องเผชิญ ไหนจะจากสายตาคนรอบข้างหรือแม้แต่ความเห็นของคนในสังคม แต่หลังจากนั้นเราก็ได้เห็นอะไรในทิศทางที่ดีขึ้นทางเรื่องของตัวตนในสังคม และบทของซีรีส์ก็ให้เราเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นกับทั้งสองครอบครัว ได้เห็นมุมน่ารัก มุมตื้นตันเข้ามาแทรกนิดหน่อย ให้มันลงตัว ไม่ดูเป็นหนังแอคชั่นเกินไป

มีฉากบู๊ แอคชั่นสุดมันส์ แต่ยังมีอารมณ์เดิม ๆ ของซีรีส์เกาหลี

ก็ถือว่า Moving เป็นซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ที่เน้นเอาเนื้อเรื่องจริง ๆ อาจจะเพราะมันดัดแปลงมาจากฉบับเว็บตูนของกังฟูล อีกทั้งต้นทุนการผลิตยังมีมูลค่าสูงถึง 65 พันล้านวอน เป็นงานโปรดักชันระดับบล็อกบัสเตอร์ ซึ่งตัวซีรีส์เองก็ให้ความสำคัญกับงานคอมพิวเตอร์กราฟิกเพื่อรองรับความสมบูรณ์ของพาร์ทแฟนตาซี มุมกล้อง แสง สี รวมไปถึงซาวน์หรือเสียงประกอบ ที่ช่วยบิ๊วอารมณ์ในซีนนั้นดูสมบูรณ์ การตัดต่อจากฉากหนึ่งไปอีกฉากหนึ่งเนียนลื่นไหล สถานที่เหมาะสมกับช่วงยุคสมัยไม่ว่าจะในยุคของรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือในยุคปัจจุบันเอง ก็เป็นเซตติ้งที่ไม่ได้ดูพยายามเลยด้วยซ้ำ

.

เป็นงานโปรดักชันระดับบล็อกบัสเตอร์
เป็นงานโปรดักชันระดับบล็อกบัสเตอร์

และในขณะเดียวกันบทสนทนาของตัวละครก็ซ่อนไว้ซึ่งนัยยะแอบแฝงมากมายให้เราได้นำไปคิดต่อ นั่นทำให้ตัวซีรีส์น่าสนใจมากกว่าได้นั่งดูพลังพิเศษของเหล่าตัวละคร คนดูก็ได้สัมผัสกับความสนุกแบบครบรสจัดเต็มทุกอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงคอมเมดี้เบา ๆ โรแมนติกเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือจะเป็นช่วงทริลเลอร์ แอ็กชัน ก็โหดเลือดสาดสะใจ ลุ้นระทึก ไม่จืดชืด ผสมกันอย่างลงตัว ทำให้ Moving เป็นซีรีส์คุณภาพที่ชวนเราดูต่อเรื่อย ๆ เพราะความอยากรู้อยากเห็นของคนดูมันเต็มหลอดชนิดที่ว่าถ้าปล่อยให้ดูรวดเดียว 20 ตอน เหล่าคนดูก็สู้ไปไม่น้อยกว่าเหล่าเด็กพลังพิเศษอย่างแน่นอน

.

บทสนทนาของตัวละครก็ซ่อนไว้ซึ่งนัยยะแอบแฝงมากมายให้เราได้นำไปคิดต่อ
บทสนทนาของตัวละครก็ซ่อนไว้ซึ่งนัยยะแอบแฝงมากมายให้เราได้นำไปคิดต่อ

.

Moving ติดอันดับหนึ่งใน Disney+  เพียงแค่ฉาย 7 ตอนแรก

บอกตามตรงว่าที่ Moving ได้รับการตอบรับจากผู้ชมดีเกินคาด แถมฉายแล้ว 7 ตอนแต่ยังสนุกและน่าติดตามแบบไม่มีตก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ซีรีส์ ‘Moving’ จะติดอันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม Disney+ ใน 5 ประเทศภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน

สถิติดังกล่าวนับเรตติ้งการรับชมมาตั้งแต่วันที่ 11 – 15 ส.ค. จากตารางของเว็บไซต์ FlixPatrol ซึ่งเราจะเห็นได้เลยว่าอันดับยังดีไม่มีตกตั้งแต่ 2 วันแรกที่เข้าฉายบน Disney+ ก็คงต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าซีรีส์เรื่องนี้จะสามารถยืนระยะ สนุกสุดเหวี่ยงแบบไม่แผ่วปลายได้หรือไม่

.

Moving ติดอันดับหนึ่งใน Disney+  เพียงแค่ฉาย 7 ตอนแรก
Moving ติดอันดับหนึ่งใน Disney+  เพียงแค่ฉาย 7 ตอนแรก

เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายใน Moving จะต้องปกปิดซ่อนเร้นพลังของพวกเขาให้รอดพ้นจากการตามล่าของผู้มาเยือนใหม่ แฟรงก์ สุดท้ายแล้วพวกเขาจะทำได้สำเร็จหรือไม่ โปรดรับชมกันต่อทาง Disney+ ทุกวันพุธ สัปดาห์แรกออกอากาศ 7 ตอน จากนั้นสัปดาห์ละ 2 ตอน ขอเป็นอีกเสียงหนึ่งเลยว่าใครที่กำลังหาอะไรสนุก ๆ ดู แต่ยังลังเลว่าจะดูเรื่องนี้ดีมั๊ย เราหนุนหลังให้รีบดูก่อนเลย ถึงแม้ว่าจะอัพสัปดาห์ละ 2 ตอน แต่เชื่อว่าไม่มีทางลืมแน่นอนค่ะ เพราะดูแล้ว ต้องการดูอีก!

.

รวมรีวิวซีรีส์ ภาพยนตร์ การ์ตูนอนิเมะและแวดวงการบันเทิงได้ที่ Dooleaw

Nag J.

By Nag J.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *