The Marvels

‘The Marvels’ หนังเรื่องล่าสุดของ Marvel Studio ที่กระแสตอบรับหลังจากดู้ในโรงภาพยนตร์ดิ่งลงเหว ไม่เหมือนที่คุยกันเอาไว้ ขอพูดไว้ก่อนว่า นี่เป็นการกลับมาของภาคต่อในวันเวลาที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่และ MCU ไม่ได้รับความนิยมในระดับเดิมแล้ว จึงเป็นทั้งความท้าทายและความเสี่ยงที่ทางสตูดิโอจะมีหนังที่ไม่เข้าเป้าอย่างต่อเนื่อง ถ้าให้พูดกันว่าดูสนุกแบบปล่อยจอยก็ได้อยู่หน่อย ๆ

เรื่องย่อ The Marvels

เล่าเรื่องราวของ แครอล แดนเวอร์ส (แบร์ ลาร์สัน) ต่อจากภาคก่อน ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากจบ END GAME แล้ว ซึ่งเล่าถึงปมความผิดพลาของตัวเธอเอง และการจั๊มสปอตของจุดเทเลพอตที่มาจากของวิเศษบางชนิด ซึ่งทำให้ช่องเธอสลับที่กัน กับอีก 2 คนคือ กมลา ข่าน (อิมาน เวลลานี) ในซีรีส์เรื่อง มิสมาร์เวล และ โมนิก้า รัมโบ (เทโยนาห์ แพร์ริส) ที่ได้รับพลังจากซีรีส์เรื่องวานด้า

เรื่องย่อ The Marvels
เรื่องย่อ The Marvels

นอกจากนี้ทางเว็บไซต์ IGN ได้รายงานว่า The Marvels ภาพยนตร์ล่าสุดในจักรวาล MCU (Marvel Cinematic Universe) มีความยาว 105 นาที หรือประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สั้นที่สุดในแฟรนไชส์นี้

5 ภาพยนตร์ MCU ที่มีความยาวน้อยที่สุดในแฟรนไชส์

  • ‘The Marvels’ (2023) : 1 ชั่วโมง 45 นาที
  • ‘The Incredible Hulk’ (2008) : 1 ชั่วโมง 52 นาที
  • ‘Thor: The Dark World’ (2013) : 1 ชั่วโมง 52 นาที
  • ‘Doctor Strange’ (2016) : 1 ชั่วโมง 55 นาที
  • ‘Thor’ (2011) : 1 ชั่วโมง 55 นาที

ถือได้ว่าเป็นการแหวกขนบของภาพยนตร์ MCU และภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์สมัยใหม่ที่มักจะมีความยาวไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (แบไต๋)

หนังสั้น กระชับจับใจความได้ แต่หมดมุข

เนื่องจาก The Marvels คือภาพยนตร์ที่ถูกวางให้เป็นภาคต่อของ Captain Marvel แต่อาจจะไม่ใช่หนังที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ MCU และก็ไม่ใช่งานที่จะดึงหนังจักรวาลนี้กลายเป็นขาลงอย่างที่หลายคนกล่าวถึง อย่างน้อยมันก็สนุกกว่าภาคแรก สามารถให้ความบันเทิงได้มากกว่า และส่วนสำคัญคือมาจากการเดินเรื่องที่กระชับฉับไว ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการทำความเข้าใจในการเล่าเรื่อง อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออก กระโดดเข้าฉากสำคัญแบบทันที ไม่มีจุดไหนเลยที่ทำให้หนังดูยานเกินความจำเป็น

หนังสั้น กระชับจับใจความได้ แต่หมดมุข
หนังสั้น กระชับจับใจความได้ แต่หมดมุข

แต่กลับกลายเป็นข้อเสียสำหรับใครก็ตามที่เข้ามาดูแบบเข้ามาผ่านไป เพราะหนังไม่ได้ใช้เวลาในการปูแบ็คกราวน์ตัวละคร อาจจะต้องจูนสมองตอนดูกันบ้าง หากใครที่ไม่ได้ตามซีรีส์เรื่อง Ms.Marvel หรือ WandaVision มาก่อน อาจจะปวดหัว ต้องพยายามจับจุดไปด้วยระหว่างดู เอาง่าย ๆ ต้องรู้จักฮีโร่อีก 2 ตัวให้ได้ก่อน ไม่งั้นดูแล้วงงงวยแน่นอน

หนังไม่ได้ใช้เวลาในการปูแบ็คกราวน์ตัวละคร อาจจะต้องจูนสมองตอน
หนังไม่ได้ใช้เวลาในการปูแบ็คกราวน์ตัวละคร อาจจะต้องจูนสมองตอน

สีสันที่สร้างด้วยตัวละครและบรรยากาศ แทนพล็อตเรื่อง

สิ่งที่ชูโรง The Marvels ได้ดีที่สุดต้องยกความดีความชอบให้กับ ‘โมนิก้า แรมโบ้’ และ ‘กมลา ข่าน’ ซึ่งตัวละครอย่างโมนิก้าได้เข้ามาทำให้แบ็คกราวน์สตอรี่ของแครอลดูน่าสนใจมากขึ้น ส่วนกมลาเข้ามาเพื่อเพิ่มเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ ถ้าตัดตัวบละครนี้ออกไม่จะกลายเป็นหนังที่จืดชืดมากเลยทีเดียว และในขณะเดียวกัน

โมนิก้าได้เข้ามาทำให้แบ็คกราวน์สตอรี่ของแครอลดูน่าสนใจมากขึ้น ส่วนกมลาเข้ามาเพื่อเพิ่มเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้
โมนิก้าได้เข้ามาทำให้แบ็คกราวน์สตอรี่ของแครอลดูน่าสนใจมากขึ้น
ส่วนกมลาเข้ามาเพื่อเพิ่มเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้

แม้บทของ ‘พัคซอจุน’ จะไม่เยอะมากนักเท่าไหร่นัก แต่เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับจะจำไม่ลืมกับบทของเขาอย่างแน่นอน เพราะมีอะไรให้จำเยอะมาก ถือว่าเป็นอีกตัวละครที่ช่วยฉุดในภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์บล็อคบัสเตอร์เรื่องนี้น่าดูขึ้นเมื่อนำไปรวมกับตัวละครอีกสองตัวที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้

สีสันที่สร้างด้วยตัวละครและบรรยากาศ แทนพล็อตเรื่อง
สีสันที่สร้างด้วยตัวละครและบรรยากาศ แทนพล็อตเรื่อง

แต่สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับหนังบู๊แอคชั่นซุปเปอร์ฮีโร่ คือ จุดบอดเดียวของคาแรคเตอร์ตัวร้ายอย่าง ‘ดาร์เบน’ ที่ไม่ได้น่าจดจำเท่าที่ควรจะเป็นในหนังประเภทซุปเปอร์ฮีโร่ ทำให้กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายของมาร์เวลที่คนน่าจะลืมไวมากที่สุด

จุดบอดเดียวของคาแรคเตอร์ตัวร้ายอย่าง ‘ดาร์เบน’
จุดบอดเดียวของคาแรคเตอร์ตัวร้ายอย่าง ‘ดาร์เบน’

กลับมาสู่ยุคหนังมาร์เวลช่วงแรก ๆ

ถึงแม้ว่าในส่วนของบทหนัง The Marvels จะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยของค่าย พล็อตการเดินเรื่องและโครงสร้างของหนัง ก็แทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยแม้แต่น้อย ไม่ได้สร้างความประทับใจขนาดนั้น และไม่ได้รู้สึกว่าตื่นเต้นเท่าที่ควร เหมือนพาเราย้อนกลับไปช่วงแรก ๆ ของจักรวาลหนังมาร์เวลด้วยซ้ำ มีทั้งจุดขายเดิม ๆ กิมมิคซ้ำ ๆ ที่จำเจและไม่แปลกใหม่ ทำให้แฟนเดนตายบางส่วนถึงกับส่ายหน้าเพราะตั้งความคาดหวังไว้สูง

กลับมาสู่ยุคหนังมาร์เวลช่วงแรก ๆ
กลับมาสู่ยุคหนังมาร์เวลช่วงแรก ๆ

โดยรวมแล้วก็เป็นภาพยนตร์ที่ดูแล้วเพลิน ดูแบบปล่อยจอยก็สนุกดีเหมือนกัน เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ตรึงเครียดหรือมีหมุดหมายสำคัญอะไร เป็นเพียงอีกพาร์ทที่เชื่อมเรื่องราวระหว่างตัวหนังกับซีรีย์มากกว่า ต่อให้คุณไม่ได้ดู ก็ไม่รู้สึกเสียดายหรือพลาดอะไรไป ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ตัวหนังไม่ได้ต่อยอดไปจักรวาลไหน แต่คือการกลับมาโฟกัสกับตัวละคร

ตัวหนังไม่ได้ต่อยอดไปจักรวาลไหน แต่คือการกลับมาโฟกัสกับตัวละคร
ตัวหนังไม่ได้ต่อยอดไปจักรวาลไหน แต่คือการกลับมาโฟกัสกับตัวละคร

ความหวังเดียวของมาร์เวลสตูดิโอคือ ในผลงานหน้าอย่าง Deadpool 3 และ Captain America 4 ที่จะพาจักรวาล MCU ฉุดกราฟความนิยมเพิ่มได้รึไม่ ต้องติดตาม

รีวิวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ The Marvels

.

อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นแฟนหนังของค่ายนี้ เราว่าซื้อตั๋วไปดูในโรงก็สนุกพอใช้ได้ ใครที่ชื่นชอบสไตล์หนังที่เล่าเรื่องที่โฟกัสไปที่ตัวละครก็น่าจะชอบ เพราะไม่มีอะไรเข้ามายุ่งเหยิงให้น่าปวดหัวตาม หรือคอยลุ้นในพาร์ทหน้าว่าเรื่องราวของมันจะเป็นอย่างไร เหมือนกำลังดูภาคต่อของซีรีย์ที่น่าติดตามมากกว่า

รับชม The Marvels ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ในเครือ Major และ SF และสามารถติดตามแวดวงการภาพยนตร์ ซีรีย์ การ์ตูนอนิเมะและวงการบันเทิงอื่น ๆ ได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

Rita Rose

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *