One Piece

One Piece live action หนึ่งในภาพยนตร์ซีรีส์ดัดแปลงจากมังงะที่ดีที่สุดในตอนนี้ หลังจากฉายให้แฟน ๆ ได้รับชม ก็ได้เสียงตอนรับที่คาดไม่ถึง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันพีซถึงได้ขึ้นหิ้งเป็น มังงะ/อนิเมะ ตลอดกาลของใครหลาย ๆ คน รวมไปถึงผู้ที่เพิ่งจะเคยเปิดใจดูเรื่องราวสุดแฟนตาซีจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น แล้วทำไมวันพีซถึงได้เป็นที่รักของเหล่าแฟน ๆ ได้ถึงขนาดนี้ มีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ภาพยนตร์ซีรีส์ชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ?

One Piece ผลงานการ์ตูนโชเน็นยุครุ่งเรือง

หากพูดถึง One Piece ก็คงนึกการผจญภัยในท้องทะเล ที่มีตัวละครหลักเป็นกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ที่พาตัวเองทะยานสู่แกรนด์ไลน์เพื่อตามหาสมบัติล้ำค่าที่ชื่อว่า ‘วันพีซ’ พร้อมพกความฝันของเหล่าหนุ่มสาวที่อยากจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เปลี่ยนผ่านกาลเวลาและเรื่องราวสุดมหัศจรรย์กับการเดินเรือตลอดชชั่วชีวิต

One Piece ผลงานการ์ตูนโชเน็นยุครุ่งเรือง
One Piece ผลงานการ์ตูนโชเน็นยุครุ่งเรือง

สัญลักษณ์ของการ์ตูนอนิเมะแนวโชเน็งที่ขายความฝันและมิตรภาพให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับสิ่งที่ผู้เขียนต้องการ ถ่ายทอดทุกมุมมองของชีวิตอย่างเต็มอรรถรส เด็กยุค 90s ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูอนิเมะอยู่แล้วหรือไม่เคยดูก็ต้องเคยได้ยินกันมาบ้าง เนื่องจากวัยของคนเหล่านั้นเติบโตมาพร้อม ๆ กับ One Piece และในปัจจุบันเองเรื่องราวการผจญภัยสู่ท้องทะเลก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะเรายังไม่ได้เห็น ‘ลูฟี่’ เป็นราชาโจรสลัด

One Piece ฉบับคนแสดง ทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า One Piece เป็นการ์ตูนมังงะแนวโชเน็งในยุค 90s ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้วกับเรื่องราวสุดแฟนตาซีที่ยังไม่มีวันจบ สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ หรือใครหลาย ๆ คนประทับใจและพูดกันเสียงเดียวว่า “วันพีซเวอร์ชั่นคนแสดง เป็นซีรีส์ที่ดีที่สุดในตอนนี้” เพราะปัจจัยแรกที่สัมผัสได้คือ การเล่าเรื่องที่กระชับ และไม่ยืดเยื้อ ทำให้เราสนุกสนานและอิ่มเอมกับเรื่องราวแบบไปพร้อม ๆ กับรู้เนื้อเรื่องแบบเข้าใจได้ ใน 8 ตอนรวด เนื้อหาที่ใส่เข้ามาเปนส่วนสำคัญและเป็นจุดขายสำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ และนั่นทำให้คะแนนความยอดนิยมพุ่งสูงทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน Netflix ถึง 84 ประเทศ แซงหน้าซีรีส์เน็ตฟลิกซ์จากตะวันตกอย่าง Stranger Things ss 4 และ Wednesday ที่ขึ้นอันดับหนึ่งเพียง 83 ประเทศ

One Piece ฉบับคนแสดง ทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอม
One Piece ฉบับคนแสดง ทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอม

ส่งผลให้คนที่ไม่เคยดยู One Piece ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาของเรื่องราวได้แบบไม่ยัดใส่สมอง ดูเพลิน และค่อย ๆ ก้าวไปพร้อมกับตัวละคร ให้ความรู้สึกกำลังได้ดูอนิเมะอยู่อย่างนั้น แม้จะมีการดัดแปลงในส่วนต่าง ๆ แต่ก็ยังคงความเดิมที่เป็นหัวใจหลัก อย่างเรื่องของทามไลน์ที่ชัดเจน ทำให้รู้สึกไม่ขัดตาหรือตงิดในใจ

จัดเต็มเรื่องงานภาพ ให้ One Piece อนิเมะแนวโชเน็งกลายเป็น Action Fantasy

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่องของ One Piece คือ พอดัดแปลงมาในรูปแบบของคนแสดง เนื้อหาของต้นฉบับมันเน้นไปที่การผจญภัยทุดแสนอันตรายที่มีเหล่าวายร้ายมาให้กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางคอยจัดการอยู่เรื่อย มันคงหนีไปพ้นฉากบู๊ แอคชั่นมันส์กระจายที่ตัวละครแต่ต้องงัดไม้เด็ดออกมา และในเวอร์ชั่นคนแสดงก็จัดเต็มจริง ๆ ฝีไม้ลายมือต้นตามฉบับการ์ตูน เลยต้องขอยกความดีความงามให้กับทีม Computer-Generated Imagery ที่ทำให้เราได้เห็นฉากต่อสู้ดุเดือดแต่ไม่ออกทะเล

จัดเต็มเรื่องงานภาพ ให้ One Piece อนิเมะแนวโชเน็งกลายเป็น Action Fantasy
จัดเต็มเรื่องงานภาพ ให้ One Piece อนิเมะแนวโชเน็งกลายเป็น Action Fantasy

คุณจะได้รู้ถึงความแฟนตาซีจากเรื่องนี้ด้วยงานภาพที่เหนือจินตนาการ ลองคิดเล่น ๆ ดูว่า ถ้าการกินผลไม้ปีศาจมันมีจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น เราได้รับความตื่นเต้นและความรู้สึกสนุกจากมิติใหม่ มันทำให้ One Piece ฉบับไลฟ์แอคชั่นเป็นเรื่องที่ตอบคำถามเหล่าแฟน ๆ ได้ดี ไม่มีตรงไหนเลยที่รู้สึกว่ามันดูเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปแล้ว

ถึงได้มีคำวิจารณ์ต่าง ๆ ออกมาก่อนที่ One Piece จะฉาย ซึ่งก็มีหลายคนค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องของตัวละครอย่างลูฟี่หรือแม้แต่บากี้เองที่ยอมรับเลยต้องใช้ซีจีให้ได้งานภาพที่ดูเจ๋งไม่แพ้ฉบับอนิเมะ และก็หายห่วงเพราะหลักจากได้ดูแล้วกลับกลายเป็นว่า วันพีซถือเป็น Action Fantasy ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถ้าการกินผลไม้ปีศาจมันมีจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าการกินผลไม้ปีศาจมันมีจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้ามาคนที่แยกส่วนของร่างกายได้แบบบากี้จะเป็นอย่างไร
ถ้ามาคนที่แยกส่วนของร่างกายได้แบบบากี้จะเป็นอย่างไร

เคมีของนักแสดง เข้าถึงอรรถรสของบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ One Piece ฉบับไลฟ์แอคชั่นประสบความสำเร็จจนเป็นสุดยอดภาพยนตร์ซีรีส์ที่ดีที่สุด ก็คงจะต้องเป็นเรื่องการแคสตัวนักแสดงให้เข้ากับบทบาท ที่ให้ความสำคัญในโลกของ One Piece ให้ดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ยกนิ้วให้ผู้กำกับที่จัดหาเหล่าแคสเตอร์ที่ถอดแบบตามต้นฉบับมาเป๊ะ ๆ ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็ผ่านอาจารย์โอดะ ที่เป็นผู้เขียนเรื่องวันพีซเช่นกัน เพื่อคัดสรรสิ่งที่สามารถทำให้คนดูประทับใจมากกว่าการเอาไปเปรียบเทียบกันในแต่ละเวอร์ชั่น

เคมีของนักแสดง เข้าถึงอรรถรสของบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เคมีของนักแสดง เข้าถึงอรรถรสของบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้เราเลือกที่จะดูวันพีซเพราะเคมีของนักแสดงมันชัดเจนเหมือนหลุดจากการ์ตูนจริง ๆ ต่อให้บทบาทนั้นจะออกมาเพียงไม่กี่ตอน หรืออกมาไม่กี่นาที แต่การนำเสนอและปูเนื้อเรื่องให้แบบกระชับนั้น ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละตัวละครที่บทบาทและความสำคัญอย่างไรกับความสัมพันธ์ของ One Piece

พูดได้เต็มปากว่า One Piece เคารพต้นฉบับ แต่ไม่ยอมจำเจอยู่กับที่

เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้ดูวันพีซฉบับคนแสดง และไม่รู้สึกว่ามันแย่หรือไม่น่าติดตามเลย การย่อยเนื้อหาการ์ตูน 11 เล่มในเหลือภายใน 8 ตอน ให้เราได้ดู ไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งที่ท้าทายคือการจัดสรรปันส่วนเนื้อหาตรงนั้นให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่มากไม่เกิน เพื่อให้เรื่องราวการผจญภัยของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้มีชีวิตในโลกของไลฟ์แอคชั่นมากกว่าจะยึดติดกับโลกในหนังสื อการ์ตูนทั้งหมด

พูดได้เต็มปากว่า One Piece เคารพต้นฉบับ แต่ไม่ยอมจำเจอยู่กับที่
พูดได้เต็มปากว่า One Piece เคารพต้นฉบับ แต่ไม่ยอมจำเจอยู่กับที่

อย่างแรกคือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของซันจิและอุซุป หรือการคงอยู่ของคาร์แรคเตอร์บากี้ แม้กระทั่งการปรับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของอาลองที่ทำให้ดูสมจริงขึ้น อย่างที่สองหรือการปรับเปลี่ยนฉากหลังที่อยู่ในการ์ตูนให้แตกต่างไป เช่น การพบกันระหว่างลูฟี่และนามิ การบอกลาของซันจิกับกัปตันเรด ผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ยังซึ่งเนื้อหาเดิม แต่ก็ยังมีอีกหลายฉากที่ยังใส่ตามต้นฉบับเดิมอย่างซีนที่แชงก์ช่วยลูฟี่ หรือการดวลดาบระหว่างโซโลและมิฮอว์ก

บอกเล่าเรื่องราวที่แยกความเป็นการ์ตูนและความจริงได้ลงตัว

ส่วนใหญ่แล้วความล้มเหลวของซีรีส์ที่ดัดแปลงจากมังงะคือความรู้สึกของคนดูที่ปฏิเสธเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นการใส่เนื้อหาของการ์ตูนมากเกินไป หรือการใส่ความจริงมากเกินควร หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ The little mermaid (2023) ที่หลังจากการโปรโมต เปิดเผยนักแสดงและฉายจบลงไปนั้น แฟน ๆ ดิสนีย์ก็ต่างไม่พอใจและโจมตีผู้กำกับอย่างมาก เนื่องจากไม่มีส่วนไหนเลยที่มันบาลานซ์กัน เรื่องของนักแสดงผิวสีที่ไม่ตรงตามคาร์แรคเตอร์ของต้นฉบับ (ขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดสีผิว แต่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความรู้สึกในการดูมันลดน้อยลง) สถานที่และทามมิ่งก็ไม่ตรงกับในฉบับการ์ตูน ไม่มีมิติในการเล่าเรื่อง

บอกเล่าเรื่องราวที่แยกความเป็นการ์ตูนและความจริงได้ลงตัว
บอกเล่าเรื่องราวที่แยกความเป็นการ์ตูนและความจริงได้ลงตัว

และทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาทำให้คลายข้อสงสัยว่าทำไม One Piece ถึงได้เป็นที่รักของใครหลาย ๆ คนมากกว่า The little mermaid สรุปคือมาตรฐานในการสร้างถูกจำกัดไว้ด้วยเงินทุน ซึ่งวันพีซเองก็ใช้ทุนการสร้างไปถึง 144 ล้านดอลลาร์ นั่นมากกว่าทุนในการสร้างฉบับการ์ตูนที่ออกฉายมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ในทางกลับกันมันส่งผลดีในแง่ของการสร้างที่ทำให้ One Piece กลายเป็นมาตรฐานสำหรับซีรีส์ดัดแปลงเรื่องอื่น ๆ ไปโดยปริยาย

.

หากคุณชื่นชอบคอนเทนต์ดี ๆ เกี่ยวกับหนัง เรามีให้คุรได้ติดตามอีกมากมายได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

Rita Rose

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *