รีวิวซีรี่ส์ SQUID GAME

ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 5 เดือน หลังจากซีรี่ส์ชื่อดังก้องโลกอย่าง SQUID GAME ซี่รี่ส์สัญชาติเกาหลีใต้ที่สร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติซี่รี่ส์ที่มีผู้รับชมสูงสุดถึง 1.6 พันล้านคนต่อชั่วโมง รวมถึงติดอันดับ 1 จาก Netflix หลายประเทศทั่วโลก เช่น อาเจนติน่า ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม บราซิล แคนาดา และอีกมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังถูกฉายใน 94 ประเทศทั่วโลก และได้รับการแปลภาษามากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าในประเทศไทย SQUID GAME ก็สามารถทะยานขึ้นอันดับ 1 และคงสถิตินานกว่า 12 สัปดาห์

รีวิวซีรี่ส์ SQUID GAME
SQUID GAME เกมลุ้นตายในดินแดนแห่งความหวัง

ด้วยกระแสของซี่รี่ส์ SQUID GAME ที่แรงแซงทางโค้ง เรียกได้ว่าไม่ว่าจะไปเพจไหนหรือช่องทางไหน ก็มักจะมีคนพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นซี่รี่ส์ Original Netflix ที่กระแสแรงที่สุดในปี 2021 จนเกิดการสร้างมีมจากไฮไลท์เด็ดในซีรี่ส์เรื่องนี้มาใช้ล้อเลียนกันเป็นจำนวนมาก แล้วอะไรคือเสน่ห์ของซี่รี่ส์เรื่องนี้กันแน่ ซี่รี่ส์ที่พล็อตเรื่องแทบจะไม่ได้ต่างจากภาพยนตร์แนว Survival ทั่วไป แต่ทำไม SQUID GAME ถึงสามารถสร้างปรากฏการณ์ทั่วโลกได้มากขนาดนี้ ในบทความรีวิวนี้เรามีคำตอบ

เรื่องย่อ SQUID GAME

SQUID GAME ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละครเอกอย่าง “ซองกีฮุน (รับบทโดย Lee Jung-Jae)” ชายวัยกลางคนที่อาศัยอยู่ในย่านซังมุนดง เขาเป็นตัวแทนของ Loser โดยแท้จริง ด้วยความเป็นคนไม่เอาไหน การจัดการชีวิตที่ล้มเหลว และตรรกะความคิดที่ค่อนข้างแปลก ทำให้คนรอบข้างต้องลำบาก และพยายามตีตัวออกห่าง ดูได้จากการกระทำของเขาหลายอย่างที่มักจะทำอะไรแปลก ๆ อยู่เสมอ เช่น ขโมยเงินแม่เพื่อไปแทงม้า ไม่ยอมรับเงินจากสามีใหม่ของภรรยาเพื่อไปรักษาแม่ เป็นต้น

อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ถูกชักชวนจากชายแปลกหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดิน (รับบทโดย กงยู) เพื่อเข้าร่วมเล่นเกมง่าย ๆ อย่างเกมตั๊กจี โดยเดิมพันเงินคนละ 100,000 วอน ซึ่งแน่นอนว่าในที่สุดเขาก็เล่นจนชนะ หลังจากนั้น เขาก็ได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันเล่นเกมอีกครั้ง ซึ่งมีโอกาสได้รับเงินเดิมพันมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อชนะมาแล้วรอบหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากจะลองเข้าร่วมดูอีกสักตั้ง

ฉากรวมผู้แข่ง SQUID GAME
ฉากรวมตัวผู้เข้าแข่งขันในเกม SQUID GAME

หลังจากที่ซองกีฮุนรับคำเชิญเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวแล้ว เขาก็ถูกพาตัวมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน เขาตื่นมาในห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าแข่งขันแต่งกายด้วยชุดวอร์มสีเขียวเหมือนกันหมด ทุกคนในห้องจะมีหมายเลขกำกับไว้ตามลำดับที่เข้าร่วม ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นหมายเลข 456 ผู้เล่นลำดับสุดท้าย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคนอื่นในห้องเป็นใครมาจากไหนกันบ้าง แต่ภายหลังก็รู้ว่าทุกคนในห้องนี้ล้วนเป็นคนที่ประสบปัญหาทางการเงินกันมาทั้งนั้น บางคนก็เป็นหนี้ บางคนก็เป็นหัวขโมย บางคนก็ไม่มีเงินเลย และหนึ่งในนั้นเขาก็ได้พบกับเพื่อนสนิทในวัยเด็ก “โจซังอู (รับบทโดย Park Hae-Soo)” พวกเขาทั้งหมด 456 คนต้องเข้าร่วมการแข่งขันเกมทั้งหมด 6 เกม เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 45,600 ล้านวอน โดยเกมทั้งหมดเป็นเกมพื้นบ้านเล่นง่าย ๆ ที่ทุกคนต้องเคยเล่นกันมาแล้วในวัยเด็ก ฟังแล้วอาจจะดูเหมือนง่าย แต่สิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอคือความโหดร้ายที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต แล้วอะไรล่ะที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่สู้ต่อ ทั้งที่รู้ว่าจุดหมายคือความตาย ?

SQUID GAME มองสังคมผ่านเกมในความทรงจำ

เสน่ห์ของซีรี่ส์เรื่อง SQUID GAME เป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากตัวของเกมทั้ง 6 เกมที่นำเสนอ ได้แก่ A E I O U เกมแกะน้ำตาล เกมชักเย่อ เกมลูกแก้ว เกมสะพานกระจก และเกมปลาหมึก เห็นได้ว่ารายชื่อเกมที่ผู้เล่นต้องเข้าร่วม ไม่ใช่เกมที่ยากซับซ้อนหรือต้องใช้ทักษะการไขปริศนาเลย แต่เกมทั้งหมดล้วนเป็นเกมสำหรับเด็กที่คนเกาหลีแทบทุกคนน่าจะเคยเล่นกันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งถ้าเทียบกับของไทยเราก็อย่างเช่น เกมดีดลูกแก้ว เกมเขย่ง ชักเย่อ คล้าย ๆ กันเลย

Hwang Dong-Hyuk ผู้กำกับและผู้เขียนบท SQUID GAME ได้พูดถึงแรงบันดาลใจในการสร้างซีรี่ส์เรื่องนี้ขึ้นมา โดยเรื่องราวในเรื่องล้วนมีที่มาจากความทรงจำในอดีตของเขา โดยเขาเล่าถึงช่วงประมาณปี 2008 – 2009 ในช่วงชีวิตที่ครอบครัวเขาตกต่ำที่สุด เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน บวกกับความทรงจำในวันเด็กที่เขามีความสุขกับการเล่นเกมกับเพื่อนในหมู่บ้าน เขาจึงถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดจากประสบการณ์ตรงผ่านตัวละครและออกแบบเกมในความทรงจำทั้ง 6 เกมผ่านสถานที่จำลองที่คุ้นเคยในวันเด็ก หรือแม้แต่บทเพลงที่เคยได้ยินในวัยเด็กเองก็ตาม โดยเขาเล่าว่า เขาได้แทรกบทเพลง Haydn’s Trumpet Concerto มาใส่เป็น Intro ของเรื่องด้วย

เมื่อสังคมด้านนอกโหดร้าย ยังมีอีกโลกที่ยังพอมีความหวัง

ถึงแม้ว่าเกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องลงเล่นจะดูเป็นเกมที่ง่าย แต่ในการแข่งขันจะมีผู้ชนะเพียง 1 เดียวเท่านั้น นั่นเท่ากับว่าคนที่แพ้ก็จะต้องตาย ซึ่งนั่นหมายความว่าเป็นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตเลยก็ว่าได้ แล้วเหตุผลอะไรล่ะ ที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ?

แน่นอนว่าเหตุผลข้อแรกที่ทำให้พวกเขาเลือกอยู่ต่อเพราะ “เงิน” ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปฏิเสธได้ แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ที่ต้องการเสียดสีสังคม โดยเฉพาะ “ความมืดบอดจากสังคมทุนนิยม” ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกเล่นเกมส์ต่อไป ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าร่วมในรายการล้วนมีปัญหาชีวิต โดยเฉพาะปัญหาด้านการเงิน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายนอกที่ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลที่ถูกสังคมหันหลังให้ ซึ่งถ้าใครเคยดูเรื่องนี้เคยเกิดคำถามกันไหมว่า ทำไมคนหายไปเป็นร้อยเป็นพันคน ถึงไม่มีตำรวจออกตามหากันเลย (ไม่นับฮวันจุนโฮที่ออกตามหาพี่ชายนะ) ตรงนี้ไม่ใช่ว่าบทผิดพลาดแต่อย่างใด แต่คนเขียนบทจงใจเขียนให้เป็นแบบนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่ถูกสังคมทอดทิ้ง ต่อให้หายตัวไปหรือตายไปก็ไม่มีใครสนใจ

ตัวละคร SQUID GAME
ตัวละครหลักสำคัญของ SQUID GAME

ในโลกเสรีภายนอกที่มีแต่ความเหลื่อมล้ำ สิ่งที่เป็นด้านมืดของระบบทุนนิยมที่สร้างความแตกต่างของคนในสังคม คนรวยก็รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร ส่วนคนจนก็แทบไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน แต่ในโลกของเกมปลาหมึก ทุกคนที่ถูกพามายังเกาะลึกลับเสมือนกับว่าอยู่ในโลกอีกใบที่ทุกคนในที่นี้เท่าเทียมกันหมด ต่อให้จะเป็นหัวขโมย คนไร้บ้าน คนหลบหนีข้ามแดน แม้กระทั่งนักธุรกิจพันล้าน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะมีค่าเท่ากับ 0 ทุกคนจะเท่าเทียมกันหมด ดูได้จากการแต่งกาย อาหาร การแข่งขันที่ต่อให้รวยหรือจน ถ้าแพ้ก็ต้องตายเหมือนกัน ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์พิเศษ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าในเมื่อรู้ว่าในโลกแห่งนี้จะต้องเดิมพันแลกด้วยชีวิต แต่พวกเขาตัดสินใจเลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะยังพอมีความหวังมากกว่าการกลับไปสู่โลกภายนอกที่แทบไม่มีความหวังอะไรเลย

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ SQUID GAME กินใจผู้คนทั่วโลก

ต้องบอกเลยว่าซีรี่ส์ SQUID GAME เป็นซีรี่ส์แนว Survival ที่มองดูเผิน ๆ แล้วเรื่องแนวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั่วโลกคุ้นเคยกับซีรี่ส์แนวนี้มามากมาย อย่างถ้าเป็นของทางฝั่งตะวันตกก็อย่างเช่น The Hanger Games, Battle Royal หรืออย่าง Alice in Borderland ของทางญี่ปุ่น โดยเฉพาะเรื่องหลังที่ถูกยกนำมาเปรียบเทียบจากผู้ชมมากที่สุด เพราะด้วยแกนเนื้อเรื่องที่มีความคล้ายกัน ซึ่งบางครั้ง SQUID GAME ก็ถูก Underrated เมื่อนำไปเทียบกับซีรี่ส์ในแนวเดียวกัน เนื่องจากพอเทียบดูแล้ว ระดับความยากของเกมในเรื่อง SQUID GAME ง่ายมาก เกมส์ส่วนใหญ่แทบไม่ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ซับซ้อน ไหนจะตัวละครเอกที่เป็นคนไม่เอาไหน เอาตัวรอดได้เพราะเพื่อนช่วยทั้งนั้น

แต่กุญแจสำคัญที่ทำให้ SQUID GAME กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งโลกได้ นั่นเป็นเพราะตัวละครในเรื่องสามารถเชื่อมโยงคนดูให้สัมผัสได้จริง คนดูสามารถเข้าถึงตัวละครที่สะท้อนความเป็นจริงของคนในสังคมผ่านเรื่องราวในสังคมเกาหลี อย่างตัวละครพระเอกของเราที่ดูไม่น่าจะเป็นพระเอกได้ ด้วยความที่เป็นคนไม่เอาไหน ไม่ฉลาด ไม่มีทักษะอะไรในการแก้เกมส์เลย ซึ่งเมื่อเทียบกับอาริซึ ตัวละครเอกจากเรื่อง Alice in Borderland ที่ฉลาดกว่า มีความสามารถในการแก้ปัญหาได้ดีกว่า แต่สำหรับตัวละครซองกีฮุนที่แทบไม่มีทักษะอะไรเลย นั่นแหละที่ทำให้คนดูมีความรู้สึกว่าคนแบบนี้มีอยู่จริงในสังคม ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนเก่ง แต่ก็พอมีข้อดีที่ทำให้ตัวละครตัวนี้น่าเอาใจช่วย

นอกจากนี้แล้วจุดสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างคนดูกับเนื้อหาคือ เรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวที่ต้องเผชิญโลกความจริงที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาทางการเงิน ความเหลื่อมล้ำในสังคม ทุกอย่างเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ของโลกต้องเผชิญมาแล้วทั้งนั้น นี่เองที่เป็นจุดเชื่อมโยงให้คนดูอินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่าย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องสร้างเกมส์ยากหรือสร้างตัวละครเอกที่เป็นอัจฉริยะเสมอไปก็ได้

กระแสจากกิมมิคเล็ก ๆ จนกลายเป็นไวรัลทั่วโลก

เมื่อถามว่าอะไรคือจุดดึงดูดที่ทำให้ตัดสินใจเปิดดูซีรี่ส์เรื่องนี้ กระแส หน้าปก หรือกงยู ? อาจจะมีหลายเหตุผลรวมกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็นคือ “หน้าปก” ที่ถูกออกแบบมาด้วยไอเดียสร้างสรรค์ที่ฉีกแนวไปจากภาพยนตร์ Survival ทั่วไป ที่มักจะมีหน้าปกแนวสยองขวัญเลือดสาด แต่สำหรับ SQUID GAME ที่ออกแบบหน้าปกเป็นธีมสีชมพู น่ารักสดใส มีตัวละครเด็กหญิงหน้าตาน่ารักยืนต้อนรับอยู่ สิ่งเหล่านี้เป็นกิมมิคที่ได้กลายเป็นเสน่ห์ของเนื้อเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว

การออกแบบฉาก SQUID GAME
การออกแบบฉากSQUID GAMEด้วยสีสันพาสเทลสดใส

นอกจากหน้าปกที่ดึงดูดแล้ว การออกแบบฉากที่เน้นตกแต่งด้วยสีพาสเทล ดูเป็นโลกในจินตนาการในวัยเด็กของใครหลาย ๆ คน รวมถึงการสร้างตัวละครของกลุ่มผู้คุม เจ้าหน้าที่ และผู้เล่นเกม ที่แบ่งสีออกชัดเจน อย่างตัวละครฝ่ายเจ้าหน้าที่จะแต่งกายด้วยชุดสีชมพู มีหน้ากากปิดใบหน้า 3 รูปแบบ คือ สามเหลี่ยม สีเหลี่ยม และวงกลม

จะเห็นได้ว่าทุกสัญลักษณ์ที่ออกแบบมา เน้นสร้างความสวยงามเพื่อให้เป็นที่จดจำด้วยการสร้างกิมมิคที่คนสามารถนำไปพูดถึงและต่อยอดเป็นรายได้ในอนาคต นอกจากความสวยงามที่โดดเด่นของการแต่งกาย ฉาก และสถานที่แล้ว ทุกสัญลักษณ์ล้วนแฝงความหมายไว้ทั้งสิ้น อย่างเช่นหน้ากากที่มีสัญลักษณ์วงกลม สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยม ก็บ่งบอกถึงการแบ่งชนชั้นทางสังคม หรืออย่างการสร้างโรงศพที่เป็นสีดำผูกโบว์ชมพู ที่มองดูแล้วอาจจะเหมือนล้อเลียนคนตาย แต่เหตุผลที่ทำแบบนั้นเพราะว่า ผู้สร้างเกมต้องการให้โรงศพแทนกล่องของขวัญ ของขวัญที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต เป็นต้น

กระแสตอบรับและความสำเร็จของ SQUID GAME

นับว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ สำหรับ SQUID GAME ที่สร้างมูลค่ามหาศาลให้แก่ประเทศ โดยภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนแรกหลังจากซีรี่ส์ถูกฉาย ก็สามารถทำรายได้ให้บริษัทได้มากถึง 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังไม่รวมรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และรายได้จากช่องทางอื่น ๆ ถือได้ว่าเป็น Soft Power ของเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เพราะด้วยกระแสตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลาม และคะแนนรีวิวอยู่ที่ 89 คะแนน

สำหรับในประเทศไทยเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากระแสจะแรงแค่ไหน ยิ่งเป็นซีรี่ส์จากเกาหลีใต้ด้วยแล้วล่ะก็สามารถจุดกระแสได้ง่ายมาก ถึงแม้ว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์จะแตกออกเป็น 2 ฝั่ง คือ กลุ่มคนที่คิดว่าเป็นซี่รี่ส์ที่ทำออกมาดี เนื้อเรื่องสนุก กับอีกกลุ่มหนึ่งที่คุ้นเคยกับซี่รี่ส์แนวนี้มาหลายเรื่อง โดยมองว่า SQUID GAME เป็นการเลียนแบบเรื่องอื่น อีกทั้งการออกแบบตัวเกมส์ที่ง่ายเกินไป รวมถึงการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลของตัวละครเอก แต่นั่นก็ถือเป็นกระแสภาพรวมที่บ่งบอกถึงความน่าสนใจของ SQUID GAME ได้เป็นอย่างดี

SQUID GAME ซี่รี่ส์ปรากฏการณ์ระดับโลกที่ห้ามพลาด

ต้องบอกเลยว่าเป็นซีรี่ส์กระแสแรงที่มีทั้งความสนุกตลอด 9 EP แทบไม่มีตอนไหนน่าเบื่อเลย นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์ที่สะท้อนสังคมปัจจุบันที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าใครที่ดูแล้วต้องติดงอมแงมกันเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีบางช่วงบางตอนหรือการกระทำของบางตัวละครที่แอบรู้สึกขัดใจไปบ้าง แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ตั้งแต่คอยภาค 2 ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากการทิ้งทวนก่อนจบซีซั่นแรกที่ได้ทิ้งปมปริศนาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของพระเอกที่วกกลับเข้าไปในเกมส์ใหม่อีกรอบ แล้วเขาจะกลับไปทำไม กลับไปในฐานะผู้เล่นหรือบอสใหญ่ ไหนจะปริศนาของตำรวจหนุ่มที่ถูกพี่ชายยิง รวมถึงที่มาที่ไปของเกาะแห่งนี้ เรียกได้ว่าทำเอาหลายคนตั้งตารอคอยอยากให้ภาค 2 สร้างเสร็จเร็ว ๆ ซึ่งทางผู้กำกับก็ได้ยืนยันแล้วว่าภาค 2 มาแน่ ขอให้แฟน ๆ อดใจรอกันสักหน่อย รับรองได้ว่าภาค 2 จะต้องจัดเต็มทุกความสนุกสมการรอคอยอย่างแน่นอน

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *