Ride or Die

หากใครเป็นแฟนหนังจากแดนอาทิตย์อุทัยคงจะพอทราบแล้วว่า Ride or Die ได้ลงฉายในสตรีม Netfilx เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่คุกกรุ่น ทำให้กระแสหนังเรื่องนี้เป็นที่วิพาท์วิจารณ์กันอย่างหนัก แต่ถึงอย่างนั้น ผู้กำกับเองก็พยายามจะนำเสนอความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่า แต่มีคำเตือนสำหรับหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะติดเรท 18+ ไม่เซ็นเซอร์ เลือดสาดและมีความรุนแรง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่ารัก อบอุ่น และอึดอัด บอกได้เลยว่าครบทุกรส

สัญลักษณ์แห่งความปิตาธิปไตย
มีคำเตือนสำหรับหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะติดเรท 18+ เลือดสาดและมีความรุนแรง

เรื่องราวความรักของพวกเธอ

ภาพยนตร์เรื่อง Ride or Die ออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อเมษายน 2021 ดัดแปลงจากการ์ตูนลายเส้นดิบกร้านของ Chin Nakamura ว่าด้วยความสัมพันธ์แบบหญิง-หญิง ของเรย์ (กิโกะ มิซูฮาระ) ศัลยแพทย์ผู้มาจากครอบครัวร่ำรวย กับนานาเอะ (โฮนามิ ซาโตะ) หญิงสาวยากจนที่ถูกสามีทุบตีเป็นประจำ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่ห่างเหินกันไปนาน อยู่ดี ๆ วันหนึ่งนานาเอะก็ติดต่อหาเรย์และขอร้องให้ช่วยฆ่าสามีของเธอ ด้วยเหตุผลใดไม่อาจทราบแต่เรย์ก็ทำตามคำขอของนานาเอะ ทำให้การตัดสินใจและลงมือทำของเรย์ในครั้งนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนเลย การออกเดินทางเพื่อหลีกหนีจากปัญหาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เรื่องย่อ
ว่าด้วยความสัมพันธ์แบบหญิง-หญิง ของเรย์กับนานาเอะ

จุดเด่นที่น่าสนใจ

ความน่าสนใจสำหรับ Ride or Die  คือเทคนิคภาพยนตร์ที่เน้นการถ่ายแบบ long take หรือการถ่ายยาวโดยไม่ตัดต่อที่ปรากฏอยู่หลายฉาก จุดประสงค์ของการลองเทคในเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการโชว์ความอลังการของการเคลื่อนกล้องแต่เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครอย่างต่อเนื่อง ฉากสำคัญน่าจะเป็นฉากเซ็กซ์ระหว่างตัวละครนำ ในเวลาประมาณสิบนาทีกิโกะต้องเล่นทั้งฉากหัวเราะ ถึงจุดสุดยอด ร้องไห้ ถือเป็นฉากที่ซับซ้อนสับสนแต่ก็น่าประทับใจเช่นกัน

จุดเด่น
เทคนิคภาพยนตร์ที่เน้นการถ่ายแบบ long take หรือการถ่ายยาวโดยไม่ตัดต่อ

ลักษณะเด่นชัดอีกอย่างของหนังคือ ‘ความผิดที่ผิดทาง’ อาจจะเริ่มตั้งแต่การที่คนอย่างเรย์ –ผู้ซึ่งเพียบพร้อมทุกอย่างยอมทิ้งอาชีพและฐานะมาร่วมหัวจมท้ายกับนานาเอะที่เหมือนอยู่คนละโลกกับเธอ เรพูดในฉากหนึ่งว่าตัวเธอนั้นเหมือนค้นพบความรักตอนวัยใกล้สามสิบ หนังย้ำสารตรงนี้ด้วยการใช้เพลง CHE.R.RY (2007) ของ YUI เพลงป๊อปว่าด้วยอาการเขินอายของวัยรุ่นที่ดันกลายเป็นเพลงธีมของผู้หญิงวัยเลขสามคู่หนึ่งที่เพิ่งฆ่าคนตายมา 

‘ความคลุมเครือ’ ยังเป็นอีกหัวใจของ Ride or Die เลยก็ว่าได้ เพราะความสัมพันธ์ของเรกับนานาเอะไม่เคยถูกระบุชัดเจนว่าเป็นคู่รัก พวกเขาเปลี่ยนนิยามของมันไปมาระหว่างเพื่อน คนรัก และครอบครัว จุดที่ดีคือนี่ไม่ใช่เรื่องราวความสัมพันธ์สุดแสนโรแมนติก แต่มันแฝงด้วยการใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน นานาเอะต้องพึ่งพาเรเพราะเธอรวยกว่าและใจกล้ากว่า ส่วนเรก็ใช้นานาเอะเป็นข้ออ้างในการหลุดจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ถึงจุดหนึ่งทั้งคู่ก็ไม่ปิดบังความเห็นแก่ตัวที่มีต่อกัน ตามมาด้วยการด่าทอตบตีอันแสนเจ็บปวด

จุดเด่น 2
ความสัมพันธ์ของเรกับนานาเอะไม่เคยถูกระบุชัดเจนว่าเป็นคู่รัก

Ride or Die ภาพยนตร์ที่มีดีมากกว่าแค่ฉาก 18+

หลายครั้งคนมักจะตีความว่าภาพยนตร์แนวเรท 18+ นั้นมักจะเป็นภาพยนตร์เกรด B ที่ทำออกมาให้มีความหวือหวาในงานภาพเพื่อเรียกกระแสให้มีคนมาสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ความจริงแล้วภาพยนตร์เรท 18+ หลายเรื่องเป็นภาพยนตร์ที่มีดีกว่าฉากที่เต็มไปด้วยความอีโรติก แต่มันได้แฝงถึงประเด็นอะไรมากมายที่เราได้คิดกันต่อหลังรับชม น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มักจะพูดคุยถึงประเด็นความแรงของฉากอีโรติกมากกว่า โดยเฉพาะหากเรื่องนั้นเล่าถึงเรื่องราวแนวหญิงรักหญิง หลายคนก็น่าจะเดาทันทีว่าเรื่องราวน่าจะเป็นแนวที่เต็มไปด้วยความโหด เพราะส่วนใหญ่แล้วภาพยนตร์แนวอีโรติคหญิงรักหญิงนั้นมักแฝงไปด้วยความสยองขวัญอยู่เสมอ 

หนังที่มีมากกว่าฉากเซ็กซ์
เป็นหนังที่แฝงถึงประเด็นอะไรมากมายที่เราได้คิดกันต่อหลังรับชม

การที่ Ride or Die  ดึงเอาเรื่องของเพศมานำเสนอในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนั้น เป็นเรื่องที่ต้องชมผู้กำกับ เพราะกล้าเล่นประเด็นทางสังคมอย่างไม่มีข้อกังขา ในอีกมุมมองก็คงสร้างหนังออกมาได้ง่ายดายอยู่แล้ว เพราะประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับสิทธิของมนุษย์ ดังนั้นในตัวภาพยนตร์เอง มีการสะท้อนความคิดเห็นของแต่ละตัวละครที่มีต่อประเด็นคนรักเพศเดียวกัน จึงทำให้คนดูอินไปกับตัวโครงเรื่อง

จุดสำคัญของหนังเรื่อง Ride or Die  คือ ถ้าคุณได้อ่านเพียงเรื่องย่อคงเดาได้ว่าหนังเรื่องนี้บอกเล่าถึงสังคมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงที่ถูกความเป็นชายกดทับ สถานะเลสเบี้ยนที่เป็นคนนอก ซึ่งผู้เขียนคงไม่ลงลึกถึงประเด็นเหล่านั้นเพราะหนังบอกเล่าอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จึงอยากจะเขียนถึงแง่อื่นมากกว่า แต่ถึงอย่างไร ก็มีคนถกประเด็นนี้ในสื่อโซเชี่ยลกันมากมายเกี่ยวกับ Sex Scene ที่ใส่เข้ามาเกิดความจำเป็น ไม่ต้องพยายามยัดเยียดบทบาทเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาในหนังมากขนาดนี้ก็ได้ เปลี่ยนไปนำเสนอในมุมมองแทนน่าจะดีกว่านี้ เพราะคำว่าเลสเบี้ยนก็อธิบายความหมายได้ดีอยู่แล้วจนแทบไม่ต้องเพิ่มฉากแบบนี้เข้าไปเลย

หนังที่มีมากกว่าฉากเซ็กส์
อ่านเพียงเรื่องย่อคงเดาได้ว่าหนังเรื่องนี้บอกเล่าถึงสังคมชายเป็นใหญ่

ในภายหลังก็ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับนักแสดงอย่างกิโกะเอง ที่ได้ออกมาพูดอ้อมในประเด็นฉากมีเซ็กส์กับนักแสดงชายในเรื่อง Ride or Die  ซึ่งกิโกะ ไปขอร้องโปรดิวเซอร์ ขอให้นักแสดงชายปิดส่วนลับระหว่างถ่ายทำฉากใกล้ชิดหรือฉากมีเพศสัมพันธ์ในเรื่อง แต่กลับถูกปฏิเสธคำขอจากโปรดิวเซอร์คนดังกล่าว ทำให้เธอต้องจำใจยอมถ่ายฉากดังกล่าวอย่างไม่เต็มใจ ท่ามกลางทีมงานนับสิบ โดยที่ไม่ได้มีการปกปิดของลับของนักแสดงชายแต่อย่างใดตลอดการถ่ายทำฉากนั้น

หนังอยากบอกอะไรกับคนดู
เป็นตอนจบที่ไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม เพราะมันเล่าทุกอย่างทั้งหมดแล้วในหนัง

Ride or Die  อยากจะบอกอะไรกับคนดู

สิ่งสำคัญสุดท้ายที่หนังจงใจทิ้งไว้ให้ผู้ชมคิดตามคือเรื่องของ ‘รอยยิ้ม’ เรบอกว่าเหตุผลที่เธอยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อนานาเอะก็เพราะเรื่องง่าย ๆ ว่าตอนที่นานาเอะยิ้มให้เธอวันที่เจอกันครั้งแรก จากนั้นเรย์ก็ตกหลุมรักและมอบหัวใจให้เธอทันที ฉากสุดท้ายที่ริมหาดกับแดดอุ่น ๆ ที่ทอแสงสาดลงมา เธอทั้งคู่ได้นั่งคุยกันในส่วนสุดท้ายของหนัง ซึ่งทำให้เราก็ได้เห็นรอยยิ้มของฝ่ายเรย์บ้าง แม้จะดูเป็นการฝืนยิ้มก็ตาม เป็นตอนจบที่ไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม เพราะมันเล่าทุกอย่างทั้งหมดแล้วในหนัง ถึงแม้ว่าตัวหนังเองจะถูกกล่าวถึงทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่หากใครยังไม่เคยดู ต้องลองเข้าไปสัมผัสเองกับ Ride or Die ความรักที่ผิดที่ผิดทางของทั้งสองได้ใน Netfilx

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *