Lana Del Rey

จากบทเพลงสู่ความจริงอันโศกเศร้า เมื่อเธอผู้ยังคงสดสวยและสุกงอมภายใต้ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลาน่า เดล เรย์ (Lana Del Rey) เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเพลงที่มอบความเจ็บปวดให้กับความรัก ไม่ว่าจะนำเสนอออกมาในรูปแบบใดก็อธิบายความรักที่งดงามได้อย่างไร้ที่ติ และเป็นที่น่าสนใจอย่างมากเมื่อเธอเลือกที่จะครวญครางราวทุกข์ทรมาน แต่ก็ยินดีที่จะรับมันทุกครา ศิลปินผู้มากความสามารถอย่างเธอคงไม่มีใครมองผ่าน ตีแผ่บทเพลงและเนื้อร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกโลงผู้คนได้อย่างแยบยล

Lana Del Rey ศิลปินอินดี้ร็อก ที่ขนานนามว่าโชกโชนเรื่องความรัก
Lana Del Rey ศิลปินอินดี้ร็อก ที่ขนานนามว่าโชกโชนเรื่องความรัก

Darlin’, darlin’, darlin’

I fall to pieces when I’m with you, I fall to pieces

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ได้เริ่มฟังเพลงของเธอ รู้สึกตัวได้ก็ติดอยู่ในวังวนของความเศร้าโศกไปเสียแล้ว Lana del rey ปลุกจิตใต้สำนึกให้ลุกโชนด้วยสไตล์และความแปลกใหม่ของภาพฉายมิวสิควิดิโอ คัลเจอร์ที่แฟนเพลงหลงใหล สะท้อนความเป็นตัวตนออกได้ผ่าน Re-tro Symbol เข้าถึงง่ายและน่าจดใจ ถูกดึงดูดด้วยอารมณ์ของการอารัมบทพิเศษที่เรียกว่าความล่องลอย ส่งต่อวัฒนธรรมความเย้ายวนและการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมป๊อปโดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกันในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 เพื่อให้คนรู้สึกไปกับได้มากที่สุด วันนี้เราจะไปหาคำตอบกันว่า Lana del rey คือใคร ทำไมถึงดูโดดเด่นและโชกโชนเรื่องความรักนัก

Lana del rey ตัวตนซ้อนทับ Elizabeth Woolridge Grant

เธอเกิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1986 ในแมนฮัตตันนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา เธอเรียนจบระดับประถมจากโรงเรียนคาทอลิก และได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมที่แม่ของเธอสอนเป็นเวลาหนึ่งปี กิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเธอคือการเริ่มร้องเพลงในคณะนักร้องประสานเสียงคริสตจักรตั้งแต่เด็ก ในตำแหน่งนักร้องต้นเสียง แต่เมื่อเธออายุ 15 ปี พ่อแม่ของเธอส่งเธอไปที่โรงเรียนเคนท์ ในรัฐคอนเนตทิคัต เพื่อรักษาปัญหาการติดแอลกอฮอล์ของเธอ โดยลุงของเธอเป็นเจ้าหน้าที่รับสมัครที่โรงเรียนแห่งนี้และเป็นผู้ดูแลทางการเงินให้แก่เธอเพื่อเข้าเรียน

หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยม เธอได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กที่เจเนเซโอ แต่เธอเลือกที่ปฏิเสธในการเข้ารับการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเธอได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งปีเดียวกันนี้ที่เขตลองไอแลนด์แทนกับลุงและป้าของเธอ ในขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟไปด้วย ในช่วงเวลานี้เองลุงของลาน่าได้สอนวิธีการเล่นกีต้าร์ให้แก่เธอ และเธอก็เริ่มกลั่นกรองได้ว่า “ตัวเองอาจจะสามารถเขียนเพลงเป็นล้านเพลงจากคอร์ดหกคอร์ดนี้” – ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงต่อมา ตอนเธออายุ 19 ปีและได้รับการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม อีกทั้งเธอยังมีปัญหาในการหาเพื่อนตลอดช่วงวัยรุ่นและช่วงเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

Lana del rey ตัวตนซ้อนทับ Elizabeth Woolridge Grant
Lana del rey ตัวตนซ้อนทับ Elizabeth Woolridge Grant

คงเป็นประวัติที่สร้างตัวตนของเธอได้เป็นอย่างดี ราวกับว่าเธอนั้นมีประสบการณ์เรื่องความสัมพันธ์มาอย่างแน่นเลยทีเดียว คงเป็นสิ่งทำให้เธอกลายเป็น ลาน่า เดล เรย์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักอันขมขื่น ผ่านการบรรเลงเพลงที่ฟังแล้วติดหู

ผลงานชิ้นแรกของชีวิตเธอคือการออกเพลง 3 เพลงที่ชื่อว่า Kill Kill ในปี 2008 โดยใช้ชื่อ ลิซซี่ แกรนท์ ซึ่งมีเพลง Kill Kill , Yayo และ Gramma (Blue Ribbon Sparkler Trailer Heaven) หลอมรวมจนได้อัลบัมเต็ม ๆ ชิ้นแรกช่วงเดือนมกราคม 2010 ในชื่อ Lana Del Ray A.K.A. Lizzy Grant โดยไม่มีใครพูดถึงหรือให้ความสนใจ ความเป็นเอกลักษณ์ของเธอต้องยกให้เรื่องของแนวเพลงและความเข้ากันของบรรยากาศของ MV ซึ่งฉายภาพแบบไม่ประติดประต่อกัน เหมือนสร้างเส้นเรื่องหลัก แล้วตัดจบด้วยเส้นเรื่องในอีกมิติ จุดขายของเธอคงเป็นการทำอะไรธรรมดา แต่กลับถูกมองว่าพิเศษ

Lana Del Ray A.K.A. Lizzy Grant
Lana Del Ray A.K.A. Lizzy Grant

หลังจากนั้นไม่นานเธอได้ปล่อยมิวสิควิดิโอทำมือครั้งแรก Video Games ลงแพลตฟอร์ม Youtube ที่เปิดตัวเสียงดนตรีโทน Orchestra ผนวกกับน้ำเสียงโทนต่ำในเมโลดี้แรก พร้อมเสียงลมหายใจเว้นวรรคช่วงประโยคราวกับกระซิบอันมีเสน่ห์ เนื้อหาความรักธรรมดาแต่อัดแน่นไปด้วยความเศร้าและปัญหา มีภาพประกอบเป็นภาพฟุตเทจแบบเก่า ๆ ของฮอลลีวู้ดที่เธอทำเอง ปรากฏการณ์ใหม่ที่ทำให้เพลงนี้ของเธอติดอยู่ในซิงเกิลฮิต Top10 ของค่ายเพลงอินดี้ของอังกฤษและนำเธอไปสู่สัญญาครั้งใหญ่กับ Universal Music ก่อนที่เธอจะได้ลงปกนิตยสารต่าง ๆ เป็นหนึ่งในศิลปินที่น่าจับตามองแห่งปีและได้รับการพูดถึงที่สุดคนหนึ่ง

มันน่าตลกดี” Lana del rey พูด แต่ไม่ได้หัวเราะ “ฉันไม่มีอะไรพิเศษโดดเด่น จริง ๆ แล้วฉันไม่ทำอะไรแปลก ๆ แบบนั้น ฉันไม่แต่งตัวแปลก ๆ ฉันนำเสนองานเพลงกับค่ายเพลงต่างๆ นานหลายปี และทุกคนพากันคิดว่ามันแปลก พวกเขาคิดว่าอิมเมจกับดนตรีมันแปลก ออกแนวจิตนิดๆ แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งก็มีคนตัดสินว่ามันก็ไม่ได้แปลกอะไร มันแค่เพอร์เฟกต์ไป การที่มันถูกมองว่าเป็นป็อปได้เหมือนกับแสงสว่างของฉัน แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามันเปลี่ยน ? หรือเพราะมันถูกเปิดทางวิทยุ”

และปัจจุบันกลายเป็นศิลปินอินดี้ร็อคที่ถูกพูดถึงในหลายแง่มุมมองมากท่สุด รวมไปถึงยอดฮิตติดชาร์จของแพลตฟอร์มเพลงต่าง ๆ ทั่วโลก และล่าสุดในปี 2023 เธอได้ออกซิงเกิ้ลใหม่ โดยนำเสนอบทเพลงแห่งความรักที่ชะโลมไปด้วยความหวังพึงมี โดยใช้ชื่อว่า Did you know that there’s a tunnel under Ocean Blvd

การผลิตผลงานที่สะท้อนเรื่องราวความรักปนความเศร้า

อย่างที่ทราบกันดีว่าเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากซิงเกิล Video Games ในปี ค.ศ. 2011 ในปลายปีเดียวกันนั้นเธอก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงอินเตอร์สโคปและโพลีดอร์ เพื่อจัดทำซิงเกิ้ลใหม่ในชื่อ Born to Die ซึ่งส่งผลให้เธอมี 1st Single ที่สามารถเข้าสิบอันดับแรกของชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ได้ คือเพลง “Summertime Sadness” ฉบับรีมิกซ์ โดยเซดริค เจอร์เวียส

The Paradise Edition
The Paradise Edition

Paradise มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2012 นอกจากนี้ยังได้รับการบรรจุพร้อมกับการออกอัลบั้มใหม่ชุดที่สองของเธอ Born to Die ซึ่งมีชื่อว่า The Paradise Edition ซึ่งอารมณ์เพลงของทั้งสอง Side จะเป็นแนว Trip-Hop และ Baroque Pop เพลงฮิต อย่างเช่น Video Game , Summertime Sadness , Lolita , Cola และ God & Monster โดยในปี 2013 เธอได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ The Great Gatsby ด้วยชื่อ ” Young and Beautiful

ในปีถัดไปเธอได้สร้างผลงานเพลงในอัลบัมด้วยชื่อ Ultraviolence โดยการเล่าเรื่องราวความรักของเธอในรอบนี้จะมาในแนว Dessert Rock , Dream Pop และ Psychedelic Rock เป็นอีกหนึ่งแนวการทำเพลงที่สุขุม เยือกเย็น และนิ่งลึก การบรรเลงเพลงด้วยเมโลดี้หนัก ๆ ราวกับถูกกดทับ ประกอบด้วยน้ำเสียงใสชวนหลอน จุดน่าสนใจคือเอกลักษณ์ของ Album นี้คือ หากเพลงที่ออกมาก่อนหน้านี้แฝงความสดใสและแสงสว่างเอาไว้ ฉะนั้นในบทเพลงฉบับนี้ ต้องเปลี่ยนไปเป็นความรวดร้าวและแตกสลายด้วยโทนเสียงอันแหบพร่าและยืดยาว โดยมีเพลงที่หลายคนรู้จักเช่น Cruel World , Fucked My Way Up To The Top , Blookyn Baby , Sad Girl และ Old Money

Ultraviolence
Ultraviolence

ต่อมาใน 2015 เธอยังคงออกผลงานอย่างต่อเนื่องด้วยอัลบัม Honeymoon เธอออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะใส่ความขี้เล่นและสนุกสนานมากกว่างานที่ผ่าน ๆ มา และเป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปกับดนตรีแจ๊ส ซึ่งจะมี High by the Beach , Honeymoon , 24 , Art Deco และ Freak ที่ถูกฟังมากที่สุด

Honeymoon
Honeymoon

เรื่องราวความรักของเธอยังคงดำเนินต่อไปด้วยการออกผลงานที่ชื่อว่า Lust for Life ในปี 2017 ได้ตัว The Weeknd มาร่วมฟีเจอริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ถือเป็นอะไรที่ลงตัวมาก ๆ อัลบัมนี้ออกแนว Pop R&B มีกลิ่นอาย Eletronics ที่ผสมผสานความวินเทจ ทำให้หลายคนจดจำชื่อของเธอได้มากขึ้น อีก 2 ปีต่อมา Norman Fucking Rockwell ได้วางจำหน่ายในวันที่ 30 สิงหาคม 2019 เป็นอัลบั้มที่มีความพิเศษตรงที่  MV เพลงหลักนั้น ได้ใส่เนื้อหาเพลงลงไปถึง 3 เพลง นั้นก็คือ Norman Fucking Rockwell , Bartender และ Happiness is a butterfly โดยมาแนว Soft Rock , Folk Rock และ Psychedelic Rock นับว่าเป็นมาสเตอร์พีซสำหรับเธอเลย เพราะการบรรเลงเพลงที่สอดแทรกห้วงทำนองของความรักนั้น สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น และเริ่มมีฐานแฟนเพลงที่แน่นขึ้นทันตา ซึ่งเพลงที่ได้ยินบ่อย ๆ คือ Doin’ time , Cinnamon Girl , Hope is a dangerous thing for a woman like me to have และ Venice Bitch

Norman Fucking Rockwell
Norman Fucking Rockwell

Chemtrails Over The Country Club ได้ถูกปล่อยในวันที่ 19 มีนาคม 2021 ก็เป็นที่ถกเถียงกันยกใหญ่ เมื่อแนวการทำเพลงของเธอเปลี่ยนไป แต่ส่วนตัวแล้วยังคงแฝงเนื้อหาความรักไว้เต็มสูบ โดยอาศัยจังหวะแทร็คแรกเป็นตัวเปิดให้คนฟังเคลิ้มตามด้วยดนตรีแบบ Country folk แล้วค่อย ๆ กลืนความรุนแรง หวดจบด้วย Indy Rock แบบที่เธอถนัด ซึ่งมี Let Me Love You Like A Woman เป็น Track แรกที่ถูกปล่อยออกมาให้ได้ฟังก่อนถึงสองเดือน , Chemtrails Over the Country Club , White Dress และ Wild at Heart เป็นเพลงที่มีท้วงทำนองดนตรีที่มีคนฟังมากที่สุดในอัลบัม และเข้าใจในเมโลดี้มากที่สุด

Chemtrails Over The Country Club
Chemtrails Over The Country Club

และเมื่อปี 2021 เธอก็ได้ปล่อยอัลบัมต่อไปอย่างไม่หยุด โดยใช้ชื่อว่า  Blue Banisters โดยนำเสนอแนวเพลงแบบ Folk , Pop , Jazz และ Americana ส่วนตัวแล้วกินใจทุกแทร็ค เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งแตกต่างไปจากผลงานที่ผ่านมาของเธอ แต่เพลงที่มีแฟนเพลงยกให้เป็นที่หนึ่งของการออกซิงเกิ้ลนี้คือ Dealer , Nectar of the Gods และ Thunder ล่าสุดในปีนี้ 2023 ลาน่าได้ออกอัลบัม Did You Know That There’s a Tunnel Under Ocean Blvd (Boulevard)

เหตุผลที่เธอถูกยกให้เป็นศิลปินที่โชกโชนเรื่องความรัก

สิ่งที่ทำให้บรรดาแฟนเพลงที่คอยเฝ้าติดตามผลงานเธอมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ไปจนถึงผลงานล่าสุดนั้น คงบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า ลองบูชาเธอสิ แล้วถึงจะรู้ว่าทำไมเพลงของเธอจึงพิเศษ ศูนย์รวมความรู้สึกและอารมณ์ของเพลงได้บอกกล่าวเรื่องราวของความสัมพันธ์ หากได้สัมผัส คุณจะสามารถล่องลอยได้ในอากาศ กลิ่นอายความวินเทจและความคลาสสิคเป็นสิ่งตอกย้ำความเป็นอินดี้และความธรรมดาของเธอ บ่งบอกถึง ความรัก ความตาย ความเศร้า ชีวิตที่ไร้จุดหมาย ถูกขยี้และส่งต่อปณิธานให้ผู้ฟังได้ลิ้มรสชาติความขมขื่นที่สอดแทรกความหวานที่ปลายลิ้น คาแรกเตอร์ที่ถูกตะโปมไปด้วยภาพลักษณ์ของ Lana Del Rey นั่นคือสิ่งที่แฟนเพลงชื่นชอบและเข้าถึงได้เสมอ เธอโอบกอดด้วยดนตรีที่สะท้อนความน่าสมเพชในตัวตน กักขังให้คนฟังเป็นปลาในแหอวน เพราะเธอช่างดึงดูดและเป็นที่ปราถนาในหมู่ผู้คน

เหตุผลที่เธอถูกยกให้เป็นศิลปินที่โชกโชนเรื่องความรัก
เหตุผลที่เธอถูกยกให้เป็นศิลปินที่โชกโชนเรื่องความรัก

และเหตุเช่นนี้เองทำให้เธอกลายเป็นไอค่อน Sad Girl ที่ตั้งตนว่าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดบนความโศกเศร้า ผู้ที่ยังเจิดจ้าและงดงามยามที่เธอสูญเสียน้ำตา เคล้าอารมณ์ภาวะซึมเศร้าให้กลายเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่ผู้ที่พร้อมยิ้มเสมอเมื่อได้แตะกับความตาย อย่างไรก็ตาม เพลงของเธอได้กลายเป็น Sub Culture บนโลกของอินเตอร์เน็ตไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าเรื่องราวความรักสุดรวดร้าวจะไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แต่ท้ายสุดแล้วเธอยังคงประครองเรื่องราวเหล่านั้นได้ดีเกิดคำบรรยาย

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *