The Adam Project ย้อนเวลาหาอดัม มีข้อคิดน่าคิดตาม หนังแอ็กชันคอมเมดี้

The Adam Project: ย้อนเวลาหาอดัม เป็นภาพยนตร์ sci-fi แนวตลก ผจญภัย แอคชั่นและครอบครัว จาก netflix ได้พระเอกเบอร์ใหญ่อย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ มารับบทอดัม รีดตอนโต โดยชูจุดเด่นเรื่องของการเดินทางข้ามเวลามาผสมผสานกับหนังแนวครอบครัว

เรื่องย่อ The Adam Project ย้อนเวลาหาอดัม

เรื่องย่อ The Adam Project ย้อนเวลาหาอดัม

The Adam Project: ย้อนเวลาหาอดัม เล่าเรื่องราวในโลกอนาคตอันใกล้ อดัม รีดได้ขโมยยานบินข้ามเวลาเพื่อมาช่วยแฟนของเขาที่เดินเทางข้ามเวลามาในปี 2018 ก่อนหน้านี้แล้วหายสาบสูญไป แต่ในขณะขับยานบินหลบหนี อดัมถูกพวกซอเรียนขับยานบินขับไล่ไล่ยิงจนได้รับบาดเจ็บ และยานบินก็เสียหาย จนเมื่อเปิดประตูข้ามมิติ อดัมก็กระโจนข้ามเวลาไป แต่กลายเป็นว่าเขากันไปอยู่ในมิติเวลาของปี 2022 เกินปีที่เขาตั้งไว้ถึง 4 ปี จากนั้นหนังก็ตัดไปที่ อดัม รีดตอนเป็นเด็กในปี 2022 สมัยที่เขายังตัวเล็ก ถูกเพื่อนแกล้งและถูก ทำร้ายสม่ำเสมอ เป็นไอ้ขี้แพ้ ลูสเซอร์ (Looser) อย่างแท้จริง เป็นช่วงที่เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียอันใหญ่หลวงคือ พ่อของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาคิดถึงพ่อทุกวัน และเขาก็มีปัญหากับแม่เลี้ยงเดี่ยวของเขาเอง

ดำเนินเรื่องไม่ได้ซับซ้อน ประเด็นชวนน่าคิด

ดำเนินเรื่องไม่ได้ซับซ้อน ประเด็นชวนน่าคิด
ดำเนินเรื่องไม่ได้ซับซ้อน แต่หนังเรื่องนี้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจคิด

ว่ากันด้วยในแนวหนังย้อนเวลาที่ทำกันมาเยอะแล้วก็ต้องมีจุดขายใหม่ๆ มีทฤษฎีใหม่ หลักการใหม่ๆ มันถึงจะทำให้ผู้ชมในแนวนี้รู้สึกว้าวกับชวนขบคิดอะไรแบบนี้ได้ แต่หนังเรื่องนี้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจคิดอะไรแบบนั้นไว้เลย ตัวบทดำเนินเรื่องแบบทื่อๆ เป็นเส้นตรงแค่พระเอกย้อนกลับหาตัวเองตอนเป็นเด็ก เพื่อจะจัดการแก้วิกฤติเวลาที่เป็นจุดเริ่มใยยุคนี้เท่านั้น ซึ่งตัวเรื่องเส้นเวลาไม่มีอะไรใหม่ แล้วก็ไม่มีความซับซ้อนเลย เข้าใจว่าตัวผู้สร้างคงตั้งใจทำให้มันย่อยง่ายเหมือนหนังครอบครับที่มีไรอัน เรย์โนลส์ มาเป็นตัวชูโรงพูดสไตล์กวนๆ แค่นั้นก็พอ ไม่ต้องมีเรื่องเวลาอะไรให้ซับซ้อน ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่มันก็ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังย้อนเวลาที่บทตรงนี้อ่อนเอามากๆ ไปตั้งแต่แรกตั้งโปรเจ็กต์ที่คิดจะขายไรอันนำล้วนๆ มากกว่า

นักแสดงมากฝีมือถ่ายทอดออกมาอย่างดี

นักแสดงมากฝีมือถ่ายทอดออกมาอย่างดี
นักแสดงมากฝีมือถ่ายทอดออกมาอย่างดี

องค์ประกอบสำคัญที่ถ่ายทอดเนื้อหาเหล่านี้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ คือฝีมือการแสดงของทีมนักแสดงนำ ไล่เรียงตั้งแต่ Ryan Reynolds และ Walker Scobell ผู้สวมบทเป็น Adam วัยหนุ่มและวัยเด็ก ที่นอกจากการประชันฝีปากที่ไม่มีใครยอมใครแล้ว พวกเขายังถ่ายทอดความอ่อนแอที่ตัวละคร Adam แอบซ่อนเอาไว้ออกมาได้อย่างกินใจ

รวมถึงเหล่านักแสดงสมทบที่ต่างก็ถ่ายทอดบทบาทของตัวเองออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น Mark Ruffalo ในบทบาทของ Louis ที่พยายามจะเป็นพ่อที่ดีให้กับลูก, Jennifer Garner ในบทบาทของ Ellie Reed แม่ผู้ต้องรับมือกับนิสัยแย่ๆ ของ Adam วัยเด็ก และ Zoe Saldana ในบทบาทของ Laura แฟนสาวของ Adam ที่ต้องมาร่วมมือกันกอบกู้อนาคต

ข้อดีผสมผสานได้ลงตัว ข้อเสียอธิบายไม่ชัดเจน

ข้อดีผสมผสานได้ลงตัว ข้อเสียอธิบายไม่ชัดเจน
เล่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลาผสมผสานกับดรามาได้ลงตัว โดยไม่ทิ้งอารมณ์ขัน

สำหรับข้อดีคือ เล่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลาผสมผสานกับดรามาได้ลงตัว โดยไม่ทิ้งอารมณ์ขัน วิช่วลเอฟเฟกต์คือดจีย์มาก ล้ำหน้าเกินหนังฉายโรงบางเรื่องไปหลายช่วงตัว ไรอัน เรย์โนลดส์ นอกจากตลกแล้ว พาร์ตดรามาคราวนี้ทำเอาเราเสียน้ำตาได้เลย แต่ก็ยังมีจุดที่ผ่านอีกด้วย คือ หลักการข้ามเวลาหนังอาจจะยังอธิบายได้ไม่เคลียร์เท่าไหร่ แต่เอาเถอะหนังออกมาสนุกขนาดนี้ ให้อภัยได้

ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูกับครอบครัวอย่างมาก

ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูกับครอบครัวอย่างมาก
ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูกับครอบครัวอย่างมาก

ในภาพรวมแล้ว The Adam Project ถือเป็นภาพยนตร์แอ็กชันคอเมดี้จากผู้กำกับ Shawn Levy ที่ปรุงแต่งความตลกขบขัน แอ็กชัน และปมปัญหาที่ตัวละครต้องเผชิญออกมาได้อย่างกลมกล่อม และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะชักชวนคนในครอบครัวมารับชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

อ่านบทความรีวิวหนังเพิ่มเติม www.dooleaw.com

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *