เลสลี่ จาง

เลสลี่ จาง ศิลปินชาวฮ่องกง ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งโลกได้สูญเสียนักร้องนักแสดงมากฝีมืออย่างเขาคนนี้ไป แต่ชื่อของเลสลี่ จางก็ยังอยู่ในใจของแฟนคลับทั่วเอเชีย และโดยเฉพาะชายที่ชื่อว่า “ถ่งหอกตั๊ก”(唐鶴德) อยู่ไม่จางหาย ก่อนที่จะจบเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศอย่าง Pride month เราขอหยิบยกอาเรื่องที่ชาว LGBTQ+ ตระหนักรู้และให้การสนใจเป็นอย่างมากมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานำเสนอเรื่องราวและบทเรียนให้กันทุกคน

เลสลี่ จาง คือใคร?

เลสลี่ จาง หรือ “เจิงกวอกเหว่ง” (張國榮) เกิดวันที่ 12 กันยายน ปี 1956 ที่ฮ่องกงในครอบครัวเชื้อสายฮากกาขนาดใหญ่ที่มีลูกถึงสิบคน พ่อของเขาเป็นช่างตัดสูท ตอนเขาอายุ 12 ปี ได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษและได้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า เลสลี่ โดยได้แรงบันดาลใจจากนักแสดงนำเรื่อง “วิมานลอย” (Gone with the Wind) เลสลี่ ฮาเวิร์ด (Leslie Howard) เขาให้เหตุผลว่า “เลสลี นั้น ตั้งชื่อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผมก็เลยชอบชื่อนี้”

 “เลสลี นั้น ตั้งชื่อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผมก็เลยชอบชื่อนี้”
“เลสลี นั้น ตั้งชื่อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผมก็เลยชอบชื่อนี้”

ต่อมาในวัยรุ่น เขาได้เข้าเรียนการจัดการสิ่งทอที่มหาวิทยาลัยลีดส์ แต่ก็กลับมาฮ่องกงก่อนจะจบการศึกษา ในช่วงนี้เองที่เขาได้เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง เลสลี่ จาง นั้นได้รางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดร้องเพลงของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งเพลงที่เขาร้องคือ American Pie ของ ดอน แม็คลีน (Don McLean) หลังจากนั้นจึงได้มีโอกาสได้ออกอัลบั้ม แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมในทันที ในช่วงแรกเขาได้รับคำวิจารณ์ว่าดูไม่เป็นผู้ใหญ่และมีเสียงร้องเหมือนไก่ ไปจนถึงขั้นเคยโดนโห่ลงจากเวที เลสลี่ จาง ต้องใช้เวลาเกือบแปดปีกว่าจะได้รับความนิยม และกลายเป็นหนึ่งในราชาเพลงป็อป (Kings of Canto – pop) ของเกาะฮ่องกงในยุค 80 นั้น จนได้เล่นหนังและซีรีส์มากมาย

จุดเริ่มต้นที่สะเทือนวงการบันเทิง

เมื่อปี ค.ศ. 2000 เลสลี่ จาง เปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์ รวมทั้งแต่งตัวเป็นผู้หญิงในการร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ตของเขาอีกด้วย โดยการออกมาสวมกระโปรงแต่งหญิงขึ้นเวทีร้องเพลง จึงทำให้ถูกสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและเรื่องนี้บ่งบอกให้รู้ว่าการเป็นคนรักเพศเดียวกันไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนของสังคมก็คงไม่พ้นต้องถูกกระทำซ้ำเติม ถึงแม้ว่าจะเป็นดาราดังระดับซูเปอร์สตาร์แค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปจากวงจรแห่งการถูกกดขี่ทางเพศได้

เมื่อปี ค.ศ. 2000 เลสลี่ จาง เปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์
เมื่อปี ค.ศ. 2000 เลสลี่ จาง เปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์

อำลาวงการด้วยบาดแผลทางสังคมเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง

ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2003 ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง หรือประมาณ 17:30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ตำรวจฮ่องกงได้รับแจ้งเหตุว่า มีชายคนหนึ่ง กระโดดลงมาจากห้องพักชั้นที่ 24 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเตล เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าชายผู้นั้นอายุ 46 ปี มีชื่อว่า ‘จางกั๊วะหยง’ ที่กำลังหายใจรวยริน ด้านตำรวจจึงนำส่งโรงพยาบาลควีนแมรี่ แต่เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในอีก 20 นาทีต่อมา

“ปีนี้หนักหนาเหลือเกินสำหรับผม และผมไม่สามารถจะยืนหยัดรับมือกับมันได้อีก ในชีวิตผมไม่เคยจะทำอะไรที่แย่ๆ เลย แต่ทำไมผมถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้” – จดหมายจาก เลสลี่ จาง

ซึ่งก่อนจะเกิดเหตุการณครั้งนั้นไม่นานนัก เลสลี่ จาง ได้ร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกับเพื่อนอย่าง อัลเฟรด ม็อก เป็นเวลาถึง 3 ชั่วโมง โดยนักแสดงชื่อดังเลือกสั่งสปาเก็ตตี้และดูมีท่าทางอยากอาหารดี นอกจากนั้นยังค่อนข้างระมัดระวังกับโรคซาร์ที่กำลังระบาดอยู่ในเวลานั้นเป็นพิเศษ

อำลาวงการด้วยบาดแผลทางสังคมเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง

“เขาประหม่านิดหน่อย แล้วก็ดูมือสั่นด้วย เขายังถามถึงเลขหมายบัตรประชาชนของผมด้วย” ต่อมา ม็อก จึงได้ทราบว่า เลสลี่ จาง ต้องการนัดพบเขาในครั้งนั้น ก็เพราะต้องการเลขบัตรประชาชนสำหรับการเขียนพินัยกรรมนั่นเอง ซึ่งเพื่อนสนิทคนนี้ก็ได้รับมรดกส่วนหนึ่งไปด้วย แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่าคืออะไร นอกจากนั้นเขายังรู้ในเวลาต่อมาว่า เลสลี่ จาง ได้จองห้องในโรงแรมเอาไว้และวางแผนการปลิดชีพตัวเอง ก่อนที่จะถึงการนัดพบครั้งนั้นแล้ว

ระหว่างมื้ออาหาร เลสลี่ เอ่ยปากถามความเห็นขึ้นมาว่า จะทำอย่างไรหากทราบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ ซึ่งม็อกเองก็ได้ตอบว่าเขาจะกินยานอนหลับ “ผิดแล้วล่ะ ถ้าจะตาย ง่ายที่สุดก็คือกระโดดลงมาจากตึกไงล่ะ” นั่นคือสิ่งที่ เลสลี่ จาง พูดออกมาในวันนั้น

เหล่าแฟนคัลยต่างประกาศความอาลัยรักที่มีต่อเขาอย่างไม่มีวันลืมเลือน

เมื่อเขาถูกสังคมจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุดเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศซึ่งเขามีจุดยืนเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ “เลสลี่ จาง” นั้น ที่มีภาวะซึมเศร้าอย่างหนักอยู่แล้ว ตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเองทั้งที่หน้าที่การงานกำลังรุ่งโรจน์ ในทุก ๆ ปีนับแต่การจากไปของเขา แฟน ๆ ทั่วโลกก็จะพร้อมใจกันมารวมตัว ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเตล ในฮ่องกง สถานที่พำนักสุดท้ายของ “เลสลี่ จาง” เพื่อประกาศความอาลัยรักที่มีต่อเขาอย่างไม่มีวันลืมเลือน

ผลงานที่ ‘เลสลี่ จาง’ ได้ฝากเอาไว้ให้เหล่าแฟนคลับได้รำลึก

ถึงแม้ว่าเขาจะจากไป 20 ปีแล้ว แต่ผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง เลสลี่ จาง ยังคงอยู่ บรรดาแฟน ๆ ส่งต่อวัฒนธรรมป็อกรุ่นต่อรุ่น จนมาถึงปัจจุบัน ยังมีแฟนเพลงของเขาให้การสนับสนุนเขาอยู่ หากใครสนใจติดตามผลงานทั้งหนังสั้นและเพลงของเขา สามารถติดตามดูคลิปเต็มที่นี่

ในระยะเวลา 26 ปีของอาชีพนักร้องนักแสดง เลสลี จางออกผลงานเพลงมากกว่า 40 อัลบั้ม และแสดงภาพยนตร์ 56 เรื่อง หนึ่งในนั้นยังมีภาพยนตร์สั้นที่เขากำกับและแสดงนำเองอีกด้วย ผลงานเด่นได้แก่ A Better Tomorrow (1986) , A Chinese Ghost Story (1987) , Day of Being Wild (1991) , Farewell My Concubine (1993) , Happy Together (1997)

ถึงการจากไปของเลสลี่ จาง จะผ่านมายาวนานแสนนาน แต่ก็ยังคงส่องแสงสว่างอยู่ในแฟนคลับและแดฟฟี่ ถ่งตลอดไป

.
สามารถติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจของวงการบันเทิงได้ที่ Dooleaw – คลังเก็บรีวิวภาพยนตร์ ซีรีส์ อนิเมะ การ์ตูนมังงะ และเพลง

By CNteam

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *